เทคนิคเตรียมบ้านให้พร้อมก่อนขาย ได้ราคาสูง

เทคนิคเตรียมบ้านให้พร้อมก่อนขาย ได้ราคาสูง

บ้านเป็นภาระหนี้ก้อนใหญ่ที่หลายคนผ่อนต่อไม่ไหวหลังสถานการณ์โควิดกระทบรายได้อย่างหนัก ก่อนที่จะประกาศขายควรเตรียมบ้านให้พร้อม ตั้งแต่การซ่อมบำรุง ทำความสะอาด ไปจนถึงทาสีใหม่ เพื่อโอกาสได้รับข้อเสนอดี ๆ เรียกราคาได้มากขึ้น เรารวบรวมขั้นตอนสิ่งที่ควรทำก่อนขายบ้านมาแนะนำกันดังนี้

1.ค้นหาประกาศขายบ้านเช็คราคาตลาด

ก่อนขายบ้านควรเริ่มต้นด้วยการวิจัยตลาดที่อยู่อาศัยในละแวกบ้าน เทียบเคียงยอดขายบ้านเพื่อประเมินราคาซึ่งจะดูจากขนาดที่ดินทั้งหมด พื้นที่บ้าน และคุณสมบัติต่าง ๆ ถ้าพื้นที่ขนาดใกล้เคียงกันแต่ตัวบ้านมีขนาดเล็กกว่ามาก ต้องปรับราคาขายน้อยกว่า แต่ถ้ามีคุณสมบัติพิเศษที่ดีกว่าคู่แข่ง เช่น มีสระว่ายน้ำ สนามข้างบ้าน บ้านหลังหัวมุม ล้วนเป็นจุดขายที่สามารถต่อรองราคาเพิ่มได้

2.ค้นหาตัวแทนขายบ้าน

สมัครลงทะเบียนกับเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์มืออาชีพเพื่อเป็นตัวแทนขายบ้านให้ พิจารณาเลือกนายหน้าที่มีประสบการณ์ขายในละแวกบ้านของคุณ มีความเชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียหรือติดต่อกับผู้ที่มีกำลังซื้อสูงทำให้ขายบ้านได้ราคาดี สอบถามนายหน้าถึงขั้นตอนการขายอย่างละเอียดเพื่อเลือกใช้บริการกับตัวแทนที่มีความชำนาญและเรียกราคาที่เหมาะสมให้กับเราได้

3.ปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี

ความประทับใจเมื่อแรกพบมีความหมายเสมอ สิ่งแรกที่ควรทำคือปรับปรุงบ้านติดหลอดไฟเพิ่มให้ความอุ่นใจว่าไฟสว่างปลอดภัย ที่สำคัญคือหลอดไฟทุกดวงในบ้านต้องใช้งานได้ ถ้าสีบ้านเดิมดูหมองเก่า แผ่นสีหลุดล่อนไม่น่าดู ถึงเวลาทาสีบ้านใหม่ใช้เฉดสีที่เป็นกลาง ได้แก่ สีขาว สีเทาอ่อน สีเบจอ่อน ทำให้บ้านดูกว้างใหญ่และสว่างขึ้นช่วยปกปิดซ่อนเร้นข้อบกพร่องต่าง ๆ เรียกช่างซ่อมบำรุงแก้ไขก๊อกน้ำรั่ว โถชักโครกที่น้ำไหลตลอด อุดรอยแตกในผนัง เปลี่ยนสวิตช์ไฟและเครื่องใช้ที่ชำรุด และประตูที่มีเสียงดัง  แนะนำให้แขวนผ้าม่านเหนือกรอบหน้าต่างทำให้เพดานห้องดูสูงขึ้น

4.รื้อบ้านจัดเป็นระเบียบ

เตรียมจัดบ้านให้สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ต้องวุ่นวายถึงขนาดซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เพียงเปลี่ยนผ้าคลุมโซฟาหรือปลอกหมอนอิง รื้อของจุกจิกรกตาออกไป แนะนำให้ออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ลงตัวกับพื้นที่ห้องจะดูอบอุ่นและน่าสนใจกว่าบ้านโล่ง ๆ ถ่ายรูปออกมาสวยสามารถช่วยขายได้เร็วขึ้นและเพิ่มมูลค่าบ้านมากขึ้น 

5.ทำความสะอาดให้ดูใหม่

หลังจากจัดบ้านแล้วทำความสะอาดแบบหมดจดทั้งหลัง โดยเฉพาะพื้น ผนัง ห้องน้ำ ห้องครัว พรม ถ้าคราบสกปรกฝังแน่นขัดถูไม่ออก ลงโทรหาบริษัททำความสะอาดมาทำให้บ้านใหม่เอี่ยม กำจัดพื้นสกปรกและกลิ่นเหม็นอับ ห้องต่าง ๆ ดูสดใสให้บรรยากาศให้น่าอยู่ขึ้น

เพียง 5 ขั้นตอนเหล่านี้เป็นเทคนิคปรับปรุงบ้านก่อนขายสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นน่าอยู่อาศัยอาจใช้จ่ายเงินเพิ่ม แต่ก็ไม่มากมายอย่างที่คิด บ้านที่สะอาดและพร้อมใช้งานแสดงว่าบ้านได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มีโอกาสเข้าตาผู้ซื้อและขายบ้านได้เร็วยิ่งขึ้น

ไม่มีแฟนก็ดี มีโอกาสใช้ชีวิตโสดให้คุ้ม

ไม่มีแฟนก็ดี มีโอกาสใช้ชีวิตโสดให้คุ้ม

ทุกวันนี้การเป็นคนโสดอยู่ตัวคนเดียวก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หลายคนแต่งงานไปแล้วพบว่าชีวิตคู่ไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่คิด ความสัมพันธ์ในชีวิตจริง ๆ ช่างไม่โรแมนติกเอาเสียเลย บางคู่ร่วมทุกข์มากกว่าร่วมสุขแต่ถูกหลายปัจจัยบังคับให้ต้องอดทนอยู่กันไป คนที่เลือกเป็นโสดมักจะคิดว่ากว่าจะพบอีกคนที่เข้ากันได้อย่างลงตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เลือกอยู่ตัวคนเดียวใช้ชีวิตอิสระก็สบายใจไปอีกอย่าง

การมีคู่ครองเป็นต้นทุนที่สูงมาก เมื่อคนสองคนต่างความคิดและมีความแตกต่างหลาย ๆ ด้านมาอยู่ด้วยกันต่างฝ่ายต้องปรับตัวเพื่อให้การครองชีวิตคู่ราบรื่น แต่ความไม่ลงรอยกันเป็นเวลานาน ๆ บางครั้งก็เกินรับไหว ฝืนใจทนอยู่กันไปทะเลาะกันไปทั้งเครียดและหมดความสุขโดยไม่รู้ตัว หากมองในจุดนี้การมีแฟนไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนเสมอไป คนโสดอยากทำอะไรทำได้ตามใจไม่สูญเสียตัวเองไป นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่จะได้ยืนหยัดเพื่อตัวเอง รู้ตัวตัวเองเป็นใคร ต้องการอะไร ไล่ตามความฝันความทะเยอทะยานของตัวเองได้อย่างอิสระ

หากคิดจะเป็นโสดอยู่ตัวคนเดียวไปตลอดชีวิต ต้องมั่นใจว่าสามารถพึ่งพาตนเองได้ สุขภาพแข็งแรง และวางแผนเก็บเงินไว้ใช้จ่ายและเพื่อใช้ในกรณีเจ็บป่วยและเกิดเหตุฉุกเฉิน การเป็นโสดนับเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประหยัดเงิน เก็บออมเงินไว้ดูแลตนเองและทำให้ความเป็นอยู่ของเราดีขึ้นในช่วงบั้นปลายชีวิต การเป็นโสดก็ดีเหมือนกัน ไม่เพียงจูงใจให้คุณประหยัดมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีอิสระทางการเงินมากขึ้นอีกด้วย

หากว่าเลือกได้ เชื่อว่าหลายคนคงเลือกที่จะโสดอย่างมีความสุขดีกว่าครองคู่แบบหน้าชื่นอกตรม หากคุณมองหาความรักแต่หาไม่เจอ แทนที่จะใช้ชีวิตโสดแบบหงอยเหงา ลองมองหาวิธีเติมเต็มชีวิตด้านอื่นว่าทำอย่างไรจึงจะเป็นโสดอย่างมีความสุขได้ แต่เมื่อเราเป็นโสดต้องให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง การออกกำลังกายให้มีสุขภาพดี การเข้าสังคมกับเพื่อน กระชับมิตรกับเพื่อนฝูงญาติพี่น้องให้แน่นแฟ้นขึ้น หรือแม้แต่การต้องการช่วยเหลือผู้อื่น ข้อดีของการเป็นโสดคือมีเวลาอยู่เพียงลำพังมากขึ้น ปลดปล่อยตัวเองให้สนุกกับชีวิตและเรียนรู้พัฒนาตนเองทำให้ชีวิตดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยู่กับความเหงาเสมอไป

เมื่อต้องอยู่คนเดียว เราควรทำใจให้เข้มแข็งและแกร่งกว่าคนอื่น ถือเป็นสร้างจุดแข็งให้กับตัวเองอีกด้านหนึ่ง เรียนรู้ที่จะสนุกกับการอยู่คนเดียว ทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างวาดรูป ทำอาหาร เล่นดนตรี ทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ แม้จะไม่มีคู่คิดคอยเคียงข้างให้พึ่งพาก็ไม่เป็นไร เราจะมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น ได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้เรามีความสุขและทำให้ชีวิตเราดีขึ้น อาจจะไม่ได้อยู่ในบ้านเดียวกันแต่ยังคงส่งข้อความหรือวิดีโอคอลหากันได้ การปลีกตัวเองออกมาอยู่แบบสันโดษแต่จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน

ฝุ่น PM2.5 กำลังจะมา เราควรป้องกันตัวอย่างไรดี

ฝุ่น PM2.5 กำลังจะมา เราควรป้องกันตัวอย่างไรดี

ทุกครั้งที่หมดฤดูฝน ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวที่ทุกคนรอคอย ปัญหาอย่างหนึ่งเกี่ยวกับสภาพอากาศในบ้านเรา ช่วงระยะหลัง ๆ มานี้ ก็คือ ปัญหาฝุ่นขนาดเล็กที่เรียกว่าฝุ่น PM2.5 อันเป็นฝุ่นละอองที่สามารถทำอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของเราได้ การจัดการต้นตอของปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 มิใช่หน้าที่ของใครคนเดียว แต่เป็นหน้าที่ของทั้งภาครัฐ เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมมลภาวะทางอากาศ (เช่น รถ โรงงานอุตสาหกรรม) และ ประชาชนทั่วไปอย่างเราทุกคนด้วย

จากการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมพบว่า ฝุ่นชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้วมักมาจาก

  • การเผาขยะ-เศษใบไม้-กิ่งไม้ ในพื้นที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่มีลานกว้างรอบบ้าน ทำให้ไม่ได้ระมัดระวังเท่าที่ควร
  • การใช้ยานพาหนะ ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 10 ปี ทำให้เกิดไอเสียและเขม่าควันพิษและฝุ่นขนาดจิ๋วมากกว่าปกติ
  • การลักลอบเผาป่า เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแต่มีคนจำนวนหนึ่งที่ยังทำเพื่อหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเองโดยขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม

สิ่งที่กล่าวมา เป็นเรื่องที่เราทุกคนควรตระหนักและทุกหน่วยงานต้องช่วยกันรณรงค์และกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด ก่อนที่สุขภาพคนไทยจะได้รับผลกระทบด้านลบแบบสะสมไปเรื่อย ๆ จากฝุ่น PM2.5 ซึ่งจะเป็นปัญหาทางสาธารณสุขในอีก 10-15 ปีจากนี้ได้

อนึ่ง ในสถานการณ์ปัจจุบันที่เรายังลดจำนวนฝุ่น PM2.5 ลงแบบทันทีทันใดไม่ได้ นั้น สิ่งที่เราคนไทยทุกคนพอจะทำได้จริงในขณะที่ปัญหายังคงอยู่อย่างนี้ ก็คือ การป้องกันตัวเอง จากฝุ่น PM2.5 ซึ่งการป้องกันตัวเองจากพิษของฝุ่น PM2.5 ที่ทางการแพทย์แนะนำ มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

  • การนอนหลับให้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายเรามีภูมิต้านทานที่ดี เพราะช่วงเวลาสี่ทุ่มถึงตีสองเป็นจังหวะทองที่ร่างกายของเราจะได้มีเวลาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหากหลับได้สนิท การมีสุขภาพที่ดีจากภายในจึงเป็นการช่วยป้องกันความรุนแรงของปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้
  • รับประทานอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายเราจะมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคหรืออันตรายจากฝุ่นควันพิษได้เป็นอย่างดี ก็ต่อเมื่อได้รับสารอาหารครบถ้วนถูกต้องตามหลักโภชนาการด้วย
  • ดื่มน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว เพราะร่างกายเราทุกเซลล์มีน้ำเป็นองค์ประกอบ หากขาดน้ำจะทำให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ อ่อนแอลง รวมถึงระบบเม็ดเลือดขาวที่ต่อสู้เชื้อโรค หากเกราะป้องกันฝุ่นควันพิษมีคุณภาพต่ำลง เราก็จะมีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย
  • รับประทานผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการแพ้ต่าง ๆ จากสิ่งแปลกปลอมจำพวกฝุ่นและมลภาวะได้

ฝุ่น PM2.5 มีอันตรายมากกว่าที่คิดและเนื่องจากเรามองไม่เห็น จึงทำให้หลายคนไม่ใส่ใจ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาวแบบสะสมและยากเกินแก้ไข เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านตระหนักถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 และใส่ใจป้องกันตัวเองจากฝุ่นชนิดนี้มากกว่าเดิม

คนไทยลดหย่อนภาษีได้ด้วยวิธีใดบ้าง

คนไทยลดหย่อนภาษีได้ด้วยวิธีใดบ้าง

คนไทยทุกคนที่มีรายได้ต้องเสียภาษีโดยการยื่นเอกสารที่มีแบบฟอร์มชัดเจนถึงการรับเงินเข้าจากนายจ้างหรือองค์กรที่ทำงานอยู่ประจำ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลก็กำหนดหลักเกณฑ์เป็นลำดับขั้นในการจ่ายภาษี ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์บางอย่างในการลดหย่อนภาษีได้ เรามาดูกันว่าจะใช้อะไรในการลดหย่อนภาษีได้บ้าง

1.ทำประกันสังคม
คนที่ทำงานบริษัทจะสังเกตได้ว่าในสลิปเงินเดือนจะมีส่วนที่แจ้งว่ามีการหักเงินประกันสังคมประมาณ 5% ซึ่งเอกสารนี้จะต้องเก็บเอาไว้เป็นอย่างดีเพื่อนำไปยื่นลดหย่อนภาษี กรณีที่ไม่ได้ทำงานในองค์กร เช่น เป็นฟรีแลนซ์รับงานเป็นรายชิ้นหรือบุคคลทั่วไป ก็สามารถทำประกันสังคมแบบส่งเงินด้วยตัวเองในมาตรา 33 และ 39 แล้วนำเอกสารการจ่ายไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

2.ทำประกันชีวิต
ประกันชีวิตเป็นตัวคุ้มครองความเสี่ยง เพื่อผู้รับสิทธิ์จากกรมธรรม์หลังการเสียชีวิตของเราลำบากด้านเงินทอง ขณะเดียวกันในตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราก็สามารถนำเอกสารที่จ่ายเบี้ยประกันชีวิตไปลดหย่อนภาษีได้ แต่จำกัดวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท และมีเงื่อนไขว่าอายุกรมธรรม์ต้องคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 10 ปี

3.ทำประกันสุขภาพ
หากเราต้องการแหล่งเงินที่สำรองค่าใช้จ่ายเวลาที่เกิดการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน เราจะได้ไม่ต้องนำเงินเก็บออมมาจ่าย การทำประกันสุขภาพจะตอบโจทย์นี้โดยสามารถเลือกได้ว่าขอจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี ตัดบัตรเครดิตหรือตัดบัญชีธนาคาร และสามารถนำหลักฐานการหักเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงภายในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท

4.การกู้ซื้อบ้าน
ในวัยทำงาน นิยมกู้ซื้อบ้านเพื่อเตรียมสร้างครอบครัวที่มั่นคง ซึ่งต้องเก็บหลักฐานการจ่ายเงินแก่ธนาคารไว้ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี โดยสามารถช่วยได้คืนภาษีตามที่จ่ายส่วนดอกเบี้ยไป ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท

5.ลงทุน LTF RMF
การลงทุนระยะยาวในรูปแบบ LTF RMF เป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่นิยมในวัยใกล้เกษียณ โดยจะได้รับการยกเว้นภาษีเท่ากับที่ลงทุนไป แต่จะไม่เกิน 15% ของรายได้ตลอดปี และมีเพดานสูงสุดที่ไม่เกิน 500,000 บาทด้วย อย่างไรก็ตาม ก่อนลงทุน LTF RMF ควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อน

6.การบริจาคเข้ามูลนิธิต่าง ๆ
รัฐบาลประกาศรับรองการบริจาคเข้ามูลนิธิหรือองค์กรการกุศลหลายแห่ง ว่าผู้บริจาคสามารถนำหลักฐานการจ่ายเงิน มาลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคไปจริง แต่ต้องไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินรายได้ตลอดปีหลังหักค่าใช้จ่าย ซึ่งแนะนำให้สอบถามรายละเอียดการขอเอกสารลดหย่อนภาษีจากมูลนิธิต่าง ๆ โดยตรง

การลดหย่อนภาษี เป็นสิทธิ์ที่เราทุกคนควรเรียนรู้ เพื่อการบริหารจัดการการเงินอย่างเหมาะสม ที่สำคัญ คือ ต้องรู้จักวางแผนใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เราใช้เงินได้อย่างคุ้มค่าและเหลือเงินเก็บออมได้มากขึ้น

รีวิว 5 ร้าน paint by numbers แพดเทิร์นสวย ระบายสีเสร็จขายงานต่อได้

รีวิว 5 ร้าน paint by numbers แพดเทิร์นสวย ระบายสีเสร็จขายงานต่อได้

paint by numbers คือ งานอดิเรกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากทำงานศิลปะที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดด้วยการระบายสีตามตัวเลขบนแพดเทิร์นรูปภาพบนผ้าใบ (Canvas) โดยงาน paint by numbers ที่วางจำหน่ายจะเป็นภาพร่างสำเร็จรูปพร้อมระบาย มีสีสำหรับระบายบนผ้าใบ พู่กันและมีภาพต้นแบบให้ดูเป็นตัวอย่าง มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด 20 x 20 เซนติเมตรและขนาด 40 x 50 เซนติเมตร ซึ่งงานอดิเรกนี้เมื่อระบายสีเสร็จเรียบ โดยร้านที่ขายงาน paint by numbers สวย ๆ ทำเสร็จแล้วสามารถขายเป็นภาพวาดแขวนผนังต่อได้ มีดังนี้

วังภาพวาดสีน้ำมัน DIY ร้านขายภาพ paint by numbers บนแอปพลิเคชัน Shopee มีให้เลือกทั้งภาพมงคลที่เหมาะสำหรับตกแต่งห้องตามฮวงจุ้ย เช่น ภาพปลาคาร์ป, ภาพภูเขา, ภาพน้ำตกและภาพดอกไม้ เป็นต้น, ภาพ abstractและภาพการ์ตูน ราคาของภาพวาดจะอยู่ที่ราคาประมาณ 100 – 300 บาทเท่านั้น

Paint.number11 หนึ่งในร้านขายภาพ Paint by numbers ที่มีจำหน่ายเฉพาะภาพสั่งทำเท่านั้น เหมาะกับผู้ที่อยากได้ภาพ paint by numbers ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมีเพียงชิ้นเดียวในโลก โดยทางร้านจะมีให้เลือก 5 ขนาด คือ 30 x 40, 35 x 60, 40 x 40, 40 x 50 และ 60 x 80 เซนติเมตร ในราคาเริ่มต้นเพียง 200 กว่าบาทเท่านั้น ผู้ที่สนใจสั่งทำภาพ Paint by number

paint_by_number_by_kotchy ร้านขายภาพระบายสีบนผ้าใบที่มีรูปสไตล์ตัวการ์ตูนแสนน่ารักให้เลือกมากมายเหมาะสำหรับตกแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอลและแบบมูจิ เรียบง่าย สีอ่อนดูละมุนตา โดยภาพที่ทางร้านจำหน่ายขนาด 30 x 40 เซนติเมตร ในราคาเพียง 300 กว่าบาทและมีค่าส่งประมาณ 40 บาท

paintbynumbers_paint ใครที่ชอบภาพวาดและเฉดสีภาพสไตล์คลาสสิกต้องร้านนี้เลย โดยภาพที่ขายในร้านจะมีทั้งภาพวิวทิวทัศน์, สัตว์เลี้ยง, คน, สิ่งของและสถานที่สวย ๆ เหมาะสำหรับตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องนอน ภาพที่ขายภายในร้านจะมีขนาด 40 x 50 เซนติเมตร โดยภายในชุดจะมีทั้งสี กระดาษและพู่กันครบชุดพร้อมระบายสี ในราคาเริ่มต้นประมาณ 600 กว่าบาท

ososo.o ร้านขายภาพ Paint by numbers แบบ DIY ที่ผู้ซื้อสามารถนำภาพที่อยากนำระบายสีเพื่อตกแต่งภายในบ้านหรือใช้เป็นของขวัญได้ที่นี่ โดยลูกค้าสามารถเลือกขนาดภาพได้ถึง 6 ขนาด คือ 30 x 40, 30 x 50, 40 x 40, 40 x 50, 45 x 60 และ 50 x 70 เซนติเมตร ซึ่งทางร้านจะใช้เวลาประมาณ 10 – 15 วันในการทำภาพให้เสร็จและจำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 400 กว่าบาทเท่านั้น

เปลี่ยนงานอดิเรกที่ข่วยผ่อนคลายความเครียดและนำมาเปลี่ยนเป็นรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยภาพ paint by number

5 วิธีลดความเสี่ยงเมื่อผู้หญิงต้องขับรถคนเดียว

5 วิธีลดความเสี่ยงเมื่อผู้หญิงต้องขับรถคนเดียว

เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งหากเป็นผู้หญิงยิ่งต้องแบกรับความเสี่ยง เพราะมีโอกาสเป็นเหยื่อได้มากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องขับรถคนเดียว และสำหรับสาว ๆ ท่านใดที่ต้องขับรถคนเดียวเสมอ ลองมาติดตามเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงเมื่อต้องใช้รถใช้ถนนเพียงคนเดียว

1.อย่าจอดรถในที่ลับตา
เทคนิคพื้นฐานในการดูแลตัวเองสำหรับผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว นั่นคือ เลี่ยงการจอดรถในที่เปลี่ยว ยิ่งหากรู้ตัวว่าเลิกงานช้าหรือเสร็จธุระช่วงดึก ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการเลือกที่จอดรถ แนะนำให้จอดรถในที่สว่างหรือสถานที่ที่มั่นใจว่าแม้ดึกแล้วยังมีคนเดินผ่านไปมาแน่นอน นอกจากนี้ ควรจอดรถแบบถอยหลังเข้าช่องจอด เพราะหากมีเหตุฉุกเฉินจะสามารถขับรถออกได้อย่างรวดเร็ว

2.ล็อกรถให้ติดเป็นนิสัย
สาว ๆ หลายคนเมื่อขึ้นรถแล้วหันไปวางกระเป๋าหรือสตาร์ทเครื่องยนต์รอไว้ก่อน ทั้งที่จริงแล้วสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือการล็อกประตูรถทันที เนื่องจากมิจฉาชีพมักอาศัยจังหวะนี้ เพราะเป็นช่วงที่คุณผู้หญิงขาดความระมัดระวัง ดังนั้น เมื่อปิดประตูรถยนต์แล้วให้กดล็อกรถทันทีจนติดเป็นนิสัย และควรเว้นการตอบแชทหรือการคุยโทรศัพท์เพราะอาจทำให้ขาดความระมัดระวัง

3.สังเกตรอบตัวเสมอ
เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ สาว ๆ จึงจำเป็นต้องตื่นตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาใช้รถใช้ถนน หากต้องขับรถผ่านพื้นที่เปลี่ยวควรเช็คทุกครั้งว่าประตูล็อกแล้วหรือยัง และควรสังเกตว่ามีรถขับตามมาแบบผิดปกติหรือไม่ หากมีควรรีบขับไปยังบริเวณที่สว่างหรือพอมีผู้คน นอกจากนี้ ขณะเดินไปยังที่จอดรถควรสังเกตรอบตัวเสมอว่ามีคนแปลกหน้าเดินตามหรือไม่ หากสังเกตความผิดปกติควรรีบเดินห่างจุดนั้นทันทีหรือรีบแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

4.เตรียมเบอร์โทรฉุกเฉินเอาไว้
อีกหนึ่งตัวช่วยเมื่อต้องเจอเหตุการณ์ฉุกเฉินคือกดบันทึกเบอร์โทรสำคัญเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรฉุกเฉินหรือเบอร์โทรคนสำคัญ เพราะอย่างน้อยหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันยังสามารถรายงานสถานการณ์และขอความช่วยเหลือได้ทันที

5.ตรวจเช็คสภาพรถยนต์เป็นประจำ
สาว ๆ หลายคนมักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการดูแลเครื่องยนต์เสียเท่าไหร่ โดยการดูแลเครื่องยนต์สม่ำเสมอ นอกจากช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์แล้วยังทำให้เครื่องยนต์พร้อมใช้งานเสมอ โดยเฉพาะยามเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังทำให้สาว ๆ ไม่ต้องกลุ้มใจเมื่อรถสตาร์ทไม่ติดในที่มืดและรถดับระหว่างเส้นทางเปลี่ยว ควรเก็บเบอร์โทรศัพท์สำคัญไว้ประจำรถ เช่น เบอร์โทรติดต่อประกัน ศูนย์ช่วยเหลือลากรถ หรือเบอร์ของตำรวจทางหลวง เบอร์ทางด่วน เป็นต้น

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ต้องขับรถคนเดียวเป็นประจำ อย่าลืมนำวิธีดี ๆ เหล่านี้ไปทำตาม เชื่อว่าเทคนิคทั้ง 5 ข้อจะช่วยให้สาว ๆ ใช้รถใช้ถนนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือควรระมัดระวังทุกย่างก้าว เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ

5 วิธีแก้ไขความรักที่ไม่ลงตัว

5 วิธีแก้ไขความรักที่ไม่ลงตัว

สำหรับคนที่มีความรัก แม้ว่าจะให้ความสุขและความสดชื่นในชีวิต แต่เชื่อว่าคุณต้องเจออุปสรรคระหว่างทางรักอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความไม่เข้าใจกันหรือการใช้ชีวิตที่ต่างกันมากเกินไป จึงทำให้เกิดปัญหารักไม่ลงตัวและอาจจะนำพาไปสู่การเลิกรากันได้ในที่สุด ดังนั้นลองมาดู 5 วิธีแก้ไขปัญหารักไม่ลงตัวที่จะช่วยทำให้คุณอาจแก้ไขเรื่องราวต่าง ๆ และทำให้รักยืนยาวมากขึ้น ดังนี้

1.รู้ให้ทัน
เมื่อคุณและคนรักอยู่ร่วมกันแล้ว ควรรู้ให้ทันอารมณ์ของซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ควรรู้ให้ทันว่าอีกฝ่ายมีนิสัยหรือพฤติกรรมแบบใด ถ้าสามารถปรับได้ควรปรับ หรือถ้าเกิดปัญหาใดขึ้นแล้วพูดคุยตกลงกันได้ควรทำ แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ยอมปรับเปลี่ยนหรือทำไม่ได้ คุณควรรู้ให้ทันแล้วแยกทางกันไป เพื่อที่ความรักนี้จะไม่ทำให้คุณต้องรู้สึกเจ็บจนเข็ดไปอีกนาน

2.ทะเลาะต้องรีบเคลียร์
เมื่อใดที่คุณเริ่มมีเรื่องทะเลาะกัน ไม่ว่าจะเป็นทะเลาะกันเล็กน้อยหรือรุนแรง คุณควรต้องรีบเคลียร์ปัญหานี้ให้จบโดยเร็วที่สุด แต่ควรเป็นหลังจากการทะเลาะประมาณ 3-4 วัน เพราะช่วงเวลานี้จะทำให้คุณทั้งคู่อารมณ์เย็นลงและได้ไตร่ตรองเหตุที่ทะเลาะกันมากขึ้น เมื่อกลับมาพูดคุยกันแล้วจึงจะสามารถเคลียร์กันได้ง่ายและลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรรีบเคลียร์หลังจากทะเลาะกันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพราะด้วยอารมณ์ที่ยังคงร้อนด้วยกันทั้งคู่ การเคลียร์นี้อาจจะยิ่งสร้างปัญหาให้หนักมากขึ้นได้นั่นเอง

3.ไม่เข้าใจต้องถาม
ถ้าเกิดเรื่องไม่เข้าใจใด ๆ ที่คุณรู้สึกติดใจสงสัยหรือติดค้างมานาน คุณควรต้องถามให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันมากที่สุด แต่ในการถามนั้นควรเลือกใช้คำพูดที่ดี แม้จะไม่ควรพูดอ้อมแต่ก็ต้องไม่พูดตรงเกินจนกลายเป็นทำลายความรู้สึกของอีกฝ่าย และเมื่อคุณเข้าใจต่อคำตอบแล้วก็ไม่ควรกลับมาถามอีก หรือถามแบบเซ้าซี้ เพราะอาจจะยิ่งสร้างให้ปัญหาใหญ่ขึ้น

4.รับรู้ความรู้สึก
ช่วงเวลาที่ความรักไม่ลงตัว คุณควรรับรู้ถึงความรู้สึกซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความทุกข์ ความไม่สบายใจ และความรู้สึกอื่น ๆ ของกันและกันให้ดี เพราะถ้าละเลยก็อาจจะยิ่งทำให้รักที่มีต่อกันลดน้อยถอยลง ดังนั้นถ้าเคยทำอะไรมาก่อนก็ควรทำให้เหมือนเดิม นอกเสียจากว่าคุณจะจับสัญญาณได้ว่าเขาหรือเธอไม่มีใจอยู่ตรงนี้แล้ว คุณจึงควรปล่อยไปแล้วกลับมาทำความรู้สึกของคุณให้ดีขึ้นแทน

5.ไม่ไหวไม่ต้องฝืน
ถ้าเมื่อใดที่รู้ว่าไปต่อไม่ได้ รู้สึกไม่ไหว คุณไม่จำเป็นต้องฝืน เพียงแค่ให้คุณทั้งคู่คุยกันด้วยการเปิดใจและลดการใช้อารมณ์ เน้นเป็นการใช้เหตุผลให้มากที่สุด จากนั้นให้คุยตกลงแล้วแยกทางกันไป เรียกได้ว่าไม่ไหวอย่าฝืน เพื่อทำให้คุณทั้งคู่ได้กลับมามีอิสระและเปิดใจเพื่อรับรักครั้งใหม่ที่อาจจะดีกว่าเดิมอีกครั้ง

ถ้าความรักของคุณเริ่มไม่ลงตัว คุณควรทำตามทาง 5 ข้อที่แนะนำนี้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องรู้สึกทุกข์ทรมานใจ และเป็นการหาจุดลงตัวที่สุดให้กับความรัก แต่ถ้าไม่ไหวก็แนะนำให้ต่างคนต่างเปิดใจและโบกมือลากันด้วยดี เพื่อทำให้ใจได้กลับมาฟื้นฟูและพร้อมเปิดรับคนใหม่ ๆ ให้กับชีวิตต่อไป

เทคนิคออมเงินที่ทำให้คุณมีเงินเก็บหลักล้านใน 10 ปี

เทคนิคออมเงินที่ทำให้คุณมีเงินเก็บหลักล้านใน 10 ปี

การมีเงินออมเป็นสิ่งจำเป็นมากในยุคปัจจุบัน เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว คนจำนวนไม่น้อยต้องการมีอนาคตที่สดใสมั่นคงด้วยธุรกิจส่วนตัว จึงจำเป็นจะต้องเริ่มสร้างเงินเก็บออมหลักล้านในสิบปีเสียแต่วันนี้ เรามาดูกันว่าเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ต้องทำอย่างไรบ้าง มาเริ่มกันเลย

1.ออมแบบ DCA
DCA ย่อมาจากคำว่า Dollar Cost Averaging หมายถึง การทยอยซื้อสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี มีมูลค่าสูงในระยะยาว ตามจังหวะระยะเวลาที่เจ้าของบัญชีกำหนดไว้ โดยไม่คำนึงถึงราคาในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ท้ายที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้คือ ราคาของสินทรัพย์ที่อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยที่เหมาะสม ไม่ถูกหรือไม่แพงเกินไป วิธีนี้ใช้ได้ดีกับผู้ที่ทำงานมีรายได้แบบมนุษย์เงินเดือน สามารถตั้งค่าหักเงินจากบัญชีธนาคาร ว่าให้นำเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แบบ DCA เป็นประจำทุกวันที่เท่าไหร่ของทุกเดือน

2.ฝากธนาคารดอกเบี้ยสูง
สำหรับคนที่ไม่มีทักษะในด้านการเงินและการลงทุนเลย ก็จะกลัวการลงทุนในรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูง เทคนิคที่ง่ายที่สุดสำหรับการเริ่มออมเงินคือ เลือกวิธีที่ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ดอกเบี้ยสูง เช่น การฝากเงินแบบประจำปลอดภาษีระยะ 2-3 ปี ที่คุณจะมั่นใจได้ว่าจะไม่นำเงินในบัญชีนี้ออกมาใช้อย่างแน่นอน เป็นการเพิ่มมูลค่าของเงินต้นให้สูงขึ้นได้แบบไร้ความเสี่ยง

3.ทำประกันรุ่นใหม่
ในปัจจุบัน การทำประกันมีหลายรูปแบบ หากมีความเจ็บป่วยเกิดขึ้นหรือเกิดอุบัติเหตุ จะช่วยให้ไม่ต้องสำรองจ่ายจนเดือดร้อนเงินเก็บ เพราะบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้แก่สถานพยาบาลแทนคุณในทันทีตามที่สัญญาระบุไว้ นอกจากประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุแล้ว ยังมีประกันแบบออมทรัพย์ ที่คุณสามารถเลือกตามความเหมาะสม จะทำให้ได้ทั้งเงินเก็บและได้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เป็นอีกช่องทางที่ได้รับความนิยมในการออมของคนรุ่นใหม่

4.ซื้อทองคำเก็บไว้
ทองคำถือว่าเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าและราคาสูงตลอดกาล ในอดีตนั้นทองคำหนัก 1 บาท ราคาประมาณไม่กี่พันบาทเท่านั้น แต่ปัจจุบันทองคำมีราคามากกว่าเดิม 4-5 เท่าตัว หากออมเงินจากรายได้เป็นประจำ เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน เพื่อซื้อกองทุนทองคำหรือซื้อทองคำรูปพรรณ ทองคำแท่ง เก็บไว้ ก็เท่ากับการเพิ่มความมั่งคั่งในระยะยาวให้กับตนเอง ที่สำคัญช่องทางการซื้อทองคำก็มีหลายบริษัทพร้อมให้บริการแบบออนไลน์ แถมมั่นใจได้ว่าได้ทองคำมีคุณภาพตามเอกสารรับรองด้วย

การเก็บออมเงินนั้นมีหลากหลายรูปแบบที่ทุกคนควรเรียนรู้ตั้งแต่อายุน้อย เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง หากต้องการถัวเฉลี่ยความเสี่ยง ก็สามารถใช้หลายวิธีควบคู่กันทั้งการออมเงินแบบ DCA การซื้อหุ้นหรือกองทุนพันธบัตร ฝากออมในธนาคารประเภทที่มีดอกเบี้ยสูง และซื้อประกันชีวิตที่มีรูปแบบใหม่ ๆ ตอบโจทย์การเก็บออมและลดความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ด้วย

5 สุดยอดข้อดีของกาแฟดำที่ไม่ใช่แค่ดื่มแล้วกระฉับกระเฉง

5 สุดยอดข้อดีของกาแฟดำที่ไม่ใช่แค่ดื่มแล้วกระฉับกระเฉง

การดื่มกาแฟ นับเป็นวัฒนธรรมการดื่มอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยกาแฟเป็นเครื่องดื่มสุดคลาสสิก เต็มไปด้วยเสน่ห์ของกลิ่นหอมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และเสน่ห์เหล่านี้ทำให้มีผู้นิยมดื่มกาแฟจำนวนมาก โดยนอกจากรสชาติและความหอมของกาแฟแล้ว หลายคนอาจไม่ทราบว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากมายที่ไม่ใช่แค่ดื่มแล้วทำให้ตื่นตัวกระฉับกระเฉงเท่านั้น โดยเฉพาะกาแฟดำอันเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของใครหลายคน

5 สุดยอดข้อดีของกาแฟดำที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด

  1. ตัวช่วยเพื่อการลดน้ำหนัก
    ไม่ต้องแปลกใจหากเห็นใครกำลังลดน้ำหนักแล้วเลือกดื่มแต่กาแฟดำแบบปราศจากน้ำผึ้งหรือน้ำตาล นั่นเพราะกาแฟดำมาพร้อมปริมาณแคลอรีน้อย ดื่มได้โดยไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม นอกจากนี้ยังช่วยเร่งระบบเผาผลาญของร่างกายได้อีกด้วย
  2. ป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ
    ไม่เพียงแต่การเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น การดื่มกาแฟดำยังช่วยเพิ่มปริมาณไขมันดี หรือ HDL ลดปริมาณคอเลสเตอรอล ทำให้ลดการเกิดโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดอุดตัน และโรคหลอดเลือดแข็งตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ทำให้ความจำดี มีสมาธิ และลดโอกาสการเกิดอัลไซเมอร์อีกด้วย
  3. บรรเทาอาการปวดศีรษะ
    เมื่อมีอาการปวดหัว หลายคนเลือกดื่มกาแฟดำ เพื่อเป็นตัวช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว นั่นเพราะกาแฟดำมีส่วนผสมของคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนจะช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้อาการปวดหัวค่อย ๆ ทุเลา นอกจากนี้กาแฟดำยังช่วยแก้อาการเมาค้าง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักดื่ม
  4. จัดเต็มสารอาหารดี ๆ สู่ร่างกาย
    นอกจากคาเฟอีนแล้ว ในกาแฟดำยังจัดเต็มสารอาหารมากมายเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ แมกนีเซียม โพแทสเซียม และยังมีวิตามิน B2 และ B3 ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยขับปัสสาวะ ซึ่งช่วยขับสารพิษออกสู่ร่างกาย
  5. เครื่องดื่มชะลอวัยที่ใคร ๆ ก็ดื่ม
    ใครอยากแก่ช้า ผิวพรรณสวยงามมีชีวิตชีวา ห้ามพลาดดื่มกาแฟดำเป็นประจำ เพราะเมื่อกาแฟดำเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้เครื่องดื่มแก้วนี้คือเครื่องดื่มช่วยชะลอวัย เพราะมีส่วนทำให้ออกไซด์แตกตัว ช่วยชะลอความแก่และทำให้ผิวหนังเต่งตึง

จะเห็นได้ว่ากาแฟนับดำเป็นเครื่องดื่มอัดแน่นด้วยประโยชน์ดี ๆ มากมายที่ไม่ใช่ดื่มแล้วทำให้กระปรี้กระเปร่าเท่านั้น โดยหากใครไม่สามารถดื่มกาแฟดำได้ อาจเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่สำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟใส่นม เช่น ลาเต้ มอคค่า แนะนำว่าควรจำกัดปริมาณการดื่ม เพราะอย่าลืมว่ากาแฟบางประเภทมีรสหวาน ซึ่งหากดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน

นิสัยการออมแบบไหนคือรากฐานความสำเร็จทางการเงินที่แท้จริง

นิสัยการออมแบบไหนคือรากฐานความสำเร็จทางการเงินที่แท้จริง

นิสัยการออมเป็นเรื่องที่ดีเพราะเงินออมมีประโยชน์ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเก็บเงินเรียนต่อ เป็นทุนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือแม้แต่การช้อนซื้อหุ้นที่มีทิศทางขาลงเพื่อหวังเก็งกำไร ความร่ำรวยไม่ได้มาด้วยโชคลาภแต่เป็นการลงทุนให้เกิดผลกำไร การมีเงินออมไว้ใช้ในจังหวะเวลาเหมาะสมจึงเป็นรากฐานของความสำเร็จทางการเงินอย่างแท้จริง

เมื่อถึงวัยทำงานมีรายได้ ทุกคนควรตระหนักว่าการออมเงินควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ แม้ว่าการสร้างครอบครัว ซื้อบ้าน ผ่อนรถ เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่ส่วนหนึ่งต้องเก็บเป็นเงินออมไว้ในกรณีฉุกเฉินหรือพบโอกาสทองที่จะลงทุนให้เงินงอกเงยได้ แนะนำให้เริ่มต้นจากเงินออมก้อนเล็กแล้วค่อย ๆ สะสมเพิ่มพูนเพื่อใช้เป็นต้นทุนต่อยอดให้เกิดดอกออกผลในอนาคต เพราะเงินออมในวันนี้จะมีค่าน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไปอีก 10 ปีข้างหน้า หัวใจสำคัญของการออมคือต้องเข้าใจมูลค่าของเงินที่ลดลงไปตามวันเวลา เป้าหมายของเงินออมต้องขยับเพิ่มขึ้น ยิ่งเป้าหมายเติบโตมากเท่าไรก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น นั่นคือเคล็ดลับการประหยัดเงินอย่างถูกวิธี

หลักการออมเงินที่ดีควรมีการบันทึกค่าครองชีพในช่วง 3 เดือนถึง 6 เดือนซึ่งเป็นแผนระยะสั้นที่ง่ายต่อการประเมินรายได้กับค่าใช้จ่ายเบื้องต้น แล้วหักลบเพื่อให้รู้ถึงจำนวนเงินที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือน เทคนิคนี้เรียกว่าจ่ายเงินให้ตัวเองก่อน เมื่อตอบสนองความต้องการที่จำเป็นในชีวิตไปแล้วจะทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาสร้างวินัยในการออมเงินเพราะรู้ว่าจะประหยัดได้เท่าไรและควรจะเพิ่มเป้าหมายเป็นเท่าไรในอนาคต

หลายครั้งที่ชีวิตควบคุมไม่ได้ อาจมีเหตุการณ์และค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางทำให้การออมเงินก้อนใหญ่เป็นเรื่องยาก หากมีความมุ่งมั่นที่จะมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต และไม่อยากกังวลว่าเงินจะขาดมือ ก็จำเป็นต้องประหยัดเป็นกิจวัตรโดยลดค่าใช้จ่ายประจำวันในแบบที่ไม่ทำให้ชีวิตลำบากและตึงเครียดเกินไป จึงจะเป็นวิธีการช่วยประหยัดเงินได้ง่ายขึ้น เช่น ขึ้นรถตู้แทนรถแท็กซี่ ดื่มกาแฟสำเร็จรูปแทนกาแฟสด เมื่อตัดสินใจว่าจะเริ่มออมเงินควรตั้งค่าโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนไปยังบัญชีเงินออมทุกเดือน หากใช้บัตรเครดิต ควรชำระยอดเงินเต็มจำนวนทุกเดือนและเลือกบัตรที่ให้คะแนนตามยอดซื้อสินค้าเพื่อใช้ส่วนลดและรับเงินคืนได้ รวมถึงใช้แอปพลิเคชันช่วยบันทึกอัตโนมัติเพื่อให้ตรวจสอบเงินออมและค่าใช้จ่ายได้สะดวกง่ายดาย

นิสัยการออมเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ และมีวินัยเก็บออมเงินอย่างต่อเนื่อง วิธีจัดการกับเงินออมมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและความสำเร็จทางการเงินในอนาคต ถ้ามีเงินออมหรือหลักทรัพย์ที่ปลอดภัยอยู่ในมือ แน่นอนว่าความเครียดและวิตกกังวลจะลดลงแม้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากมีสภาพคล่องเพียงพอและมีโอกาสใช้เงินลงทุนทำกำไรในขณะที่คู่แข่งอื่น ๆ ก้าวถอยหลัง

เคล็ดลับข้อสุดท้ายคือ อย่าลืมให้รางวัลตัวเองทุกครั้งเมื่อเงินออมแตะระดับเป้าหมายที่ต้องการ จากนั้นตั้งเป้าหมายลำดับต่อไปแล้วออมเงินอย่างต่อเนื่อง