รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Life ตามสไตล์ New Normal

รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Life ตามสไตล์ New Normal

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรื่องที่ต้องอัปเดตกันแบบนาทีต่อนาทีในยุคปัจจุบันนี้คือ เรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ที่อันตรายและแพร่กระจายไปทั่วโลก เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้นับแสนคน

ถึงแม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในประเทศไทยจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ว่า ชีวิตของคนไทยเข้าสู่ระยะปลอดภัยได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนหรือตัวยารักษาได้อย่างชัดเจน ทางเดียวที่จะสามารถทำให้ทุกคนได้กลับมาใช้ชีวิตได้แบบปกติและปลอดภัยคือ การเลือกใช้ชีวิตแบบ New Normal อันเป็นคำศัพท์ใหม่ที่ถูกบัญญัติขึ้นในยุคโควิด-19 ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นเคยได้ยินคำศัพท์นี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว แต่ก็อาจจะไม่รู้เลยว่า New Normal นี้คืออะไร และทำไมต้องใช้ชีวิตแบบสไตล์ New Normal

New Normal แปลได้อย่างตรงตัวหมายความว่า ความปกติใหม่ คือการใช้ชีวิตแบบปกติในรูปแบบใหม่ แน่นอนว่าต้องมีคนที่สงสัยอยู่ว่า การใช้ชีวิตปกติใหม่คืออะไร อธิบายแบบง่าย ๆ เลยว่าคือ การออกมาใช้ชีวิตประจำวันที่เคยทำกันแบบเป็นปกติภายใต้รูปแบบใหม่ที่ต้องถือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและห่างไกลจากเชื้อโควิด-19 นั่นเอง ซึ่งหลัก ๆ ของการใช้ชีวิตแบบ New Normal ได้แก่

  1. การสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าก่อนจะเกิดโควิด-19 มีประชาชนในเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน แต่ชีวิตแบบ New Normal หน้ากากอนามัยถือเป็นสิ่งจำเป็น
  2. เกิดการเว้นระยะห่างทางสังคมมากยิ่งขึ้น จากเดิมนิสัยของคนไทยที่ชอบอยู่รวมกลุ่มกัน ปาร์ตี้สังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน กลับกลายเป็นต้องเว้นระยะห่างต่อกันมากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อที่สามารถส่งต่อได้ด้วยการจับหรือสัมผัสนั้นเอง
  3. หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านให้มากที่สุดเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งวิธีการนี้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับหลักการทำงานในบางบริษัท ที่จับวิธีการทำงานแบบ WFH (Work from Home) ขึ้นมาใช้ และเชื่อว่าในอนาคต การทำงานลักษณะนี้จะกลายเป็นชีวิตแบบปกติในอนาคต

นอกจาก 3 ข้อหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว การใช้ชีวิตแบบ New Normal ยังมีอีกหลากหลายวิธี โดยเฉพาะการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ จะเห็นได้จากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงกอบโกยรายได้ของธุรกิจ Delivery เป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้คนจะไม่ได้ออกจากบ้านก็ยังมีอาหารอร่อย ๆ ให้ทาน และถึงแม้ว่าร้านอาหารจะไม่เปิดก็ยังมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัย และที่สำคัญ การใช้ชีวิตสไตล์ New Normal จะทำให้คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าถึงแม้ชีวิตจะต้องเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนไปในทิศทางที่เป็นคุณมากกว่าโทษ

5 ต้นไม้ช่วยดูดมลพิษ ฟอกอากาศให้สดชื่น ปลูกเองได้ภายในบ้าน

5 ต้นไม้ช่วยดูดมลพิษ ฟอกอากาศให้สดชื่น ปลูกเองได้ภายในบ้าน

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าต้นไม้ทำหน้าที่ให้ออกซิเจนกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด แต่คุณรู้ไหมว่าต้นไม้บางชนิดมีคุณสมบัติพิเศษอีกด้านหนึ่ง นั่นก็คือสามารถดูดสารพิษหรือมลพิษต่าง ๆ ได้และช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้อีกด้วย ที่สำคัญสามารถปลูกเองได้ที่บ้าน นอกจากจะช่วยดูดควันพิษแล้ว ยังใช้ประดับตกแต่งบ้านให้สวยงามได้อีกด้วย มาดูกันว่าต้นไม้ที่ว่านั้นมีต้นอะไรบ้าง

ต้นเศรษฐีเรือนใน

ถ้าไม่ใช่คนในวงการต้นไม้คงนึกไม่ถึงว่านี่จะเป็นชื่อของต้นไม้ได้…ใช่แล้วนี่เป็นชื่อของต้นไม้แถมยังเป็นชื่อต้นไม้มงคลเสียด้วย เชื่อกันว่าถ้าใครปลูกต้นเศรษฐีเรือนในไว้ที่บ้านจะทำให้เกิดโชคลาภและคอยป้องกันภัยให้กับผู้ที่ปลูกด้วย นอกจากนี้เศรษฐีเรือนในยังช่วยดูดสารพิษในอากาศได้ และแนะนำว่าผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศโดยเฉพาะแพ้ฝุ่น ควรอย่างยิ่งที่จะปลูกต้นไม้ชนิดนี้ เป็นไม้ที่ปลูกไม่ยาก ดูแลง่าย 2-3 วันรดน้ำครั้ง สามารถปลูกในกระถางดินเล็ก ๆ ก็ได้

ต้นพลูด่าง

เป็นไม้เลื้อยที่แสนจะธรรมดาแต่มีคุณสมบัติไม่ธรรมดาเลย สามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้เป็นอย่างดี สามารถปลูกไว้ในห้องนอนได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะแย่งออกซิเจนเวลาที่เราหลับอีกด้วย ข้อสำคัญปลูกง่ายมาก จะปลูกกับดินหรือจะให้รากแช่น้ำก็โตได้ ไม่ต้องการแสงมาก เป็นพืชที่ทนกับทุกสภาพ ขอแค่มีน้ำเลี้ยงจะปลูกตรงไหนก็อยู่ได้ และโตได้เช่นกัน

ว่านหางจระเข้

เชื่อว่าเกือบทุกคนที่รู้ว่าว่านหางจระเข้นั้นใช้เป็นเจลสำหรับพอกหน้าเพื่อความสวยความงาม และเป็นสมุนไพรไว้ทาเวลาโดนน้ำร้อนลวกหรือแผลพุพองจากการโดนไฟไหม้ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติดูดซับสารพิษทางอากาศและช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น ว่านหางจระเข้ยังปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืนและช่วยลดมลพิษทางอากาศได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าใครอยากปลูกต้นไม้ไว้ในห้องนอนหรือริมหน้าต่าง ว่านหางจระเข้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

ต้นหนวดปลาหมึก

ฟังชื่อแล้วน่ากินใช่ไหมล่ะ…ต้นหนวดปลาหมึกมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องของการดูดซับสารพิษ ไม่ใช่แต่เพียงในไทยที่นิยมเท่านั้น ในต่างประเทศก็นิยมปลูกต้นหนวดปลาหมึกนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเลี้ยงเหมือนต้นบอนไซ สามารถปลูกในห้องนอนได้ด้วย ที่สำคัญไม่แย่งอากาศเราเวลานอน

ต้นเขียวหมื่นปี

เป็นต้นไม้ที่อายุยืนจนได้ชื่อว่าเป็นต้นเขียวหมื่นปี เพราะมีลักษณะที่ทนทาน ตายยาก สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในที่ไม่มีแสงแดด ข้อสำคัญคือสามารถฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้ตลอดเวลา ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาแต่อยากมีต้นไม้ปลูกไว้ในบ้านบ้าง ก็ลองหาต้นเขียวหมื่นปีมาปลูกได้ ไม่ต้องดูแลหรือทะนุถนอมมากเหมือนไม้ประดับอื่น ๆ

สำหรับผู้ที่อยากสร้างโอโซนในพื้นที่ส่วนตัวหรืออยากให้บ้านหรือห้องนอนมีอากาศที่บริสุทธิ์ ก็ลองหาต้นไม้ตามที่กล่าวมาปลูกกันได้ นอกจากจะช่วยฟอกอากาศและดูดสารพิษแล้ว ยังให้ความร่มรื่นและทำให้เราสดชื่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ต้นไม้อีกด้วย

Smart Watch ผู้ช่วยตัวจริงของคนรักสุขภาพ

Smart Watch ผู้ช่วยตัวจริงของคนรักสุขภาพ

หนึ่งในอุปกรณ์ดูแลสุขภาพที่ผู้คนนิยมเลือกใช้ประจำตัวจนกลายเป็นเสมือนแฟชั่นยุคใหม่ไปแล้ว ก็คือ “Smart Watch” นาฬิกาสุขภาพ ที่มีให้เลือกหลายสไตล์ หลายระดับราคา และฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกัน เลือกได้ทั้งรูปลักษณ์ที่เป็นนาฬิกาและเป็นแบบสายรัดข้อมือ

เปิดฟังก์ชันการดูแลสุขภาพของ Smart Watch

นาฬิกาสุขภาพ หรือ Smart Watch นี้จะมีฟังก์ชันการทำงานหลายอย่างที่ช่วยในการดูแลสุขภาพได้อย่างดี โดยเฉพาะการนับจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน ซึ่งเป็นฟังก์ชันสุดฮิตที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรักสุขภาพที่มักจะพยายามเดินให้ได้ถึง 10,000 ก้าวต่อวัน ตามคำแนะนำทางการแพทย์เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี, ฟังก์ชันตรวจวัดปริมาณการเผาผลาญแคลอรี่ , ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, วัดการนอนหลับพักผ่อนในแต่ละวัน และบางรุ่นของ Smart Watch จะมีฟังก์ชันวัดความดันโลหิตให้ด้วย

ข้อมูลสุขภาพของผู้สวมใส่นาฬิกา Smart Watch เหล่านี้จะเชื่อมต่อไปยังแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือด้วยระบบบลูทูธ เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลไว้เป็นสถิติเพื่อแปรผลเป็นข้อมูลพื้นฐานช่วยในการวินิจฉัยเพื่อรักษาโรคประจำตัวได้

เหตุผลที่ผู้คนหันมานิยมใช้ Smart Watch

Smart Watch เป็นหนึ่งสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม Wearable Device ที่กำลังมาแรงในยุคดิจิทัล อุปกรณ์ในกลุ่มนี้จะใช้ระบบ “IoT” หรือ Internet of Thing ซึ่งหลายคนเรียกว่าระบบ อินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง เป็นพื้นฐานการทำงานที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้การใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันมีความสะดวกสบายขึ้น และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนสุขภาพมาก ด้วยความที่ Smart Watch เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ง่ายและสามารถใช้แทนนาฬิกาได้ จึงทำให้ผู้คนคุ้นเคยกับอุปกรณ์ Wearable Device ตัวนี้ได้ง่ายกว่า นั่นจึงทำให้ Smart Watch กลายเป็นตัวช่วยหลักของคนรักสุขภาพไปแล้ว ด้วยประโยชน์ที่โดดเด่นของ Smart Watch ต่อไปนี้

เหตุผลที่ผู้คนหันมานิยมใช้ Smart Watch

  • สามารถเก็บข้อมูลการออกกำลังกายไว้เป็นสถิติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงกระตุ้นในการออกกำลังกายหรือการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ อาทิ สถิติการวิ่งที่เคยทำไว้ในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ จะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการขยายเวลาหรือระยะทางให้เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็นพัฒนาการการออกกำลังกายของตัวเอง จนทำให้มีสุขภาพดี ลดการเจ็บป่วยลงได้ในที่สุด
  • เป็นระบบที่สามารถใช้ จีพีเอส ติดตามได้ โดยเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ฟังก์ชั่นแบบนี้จะช่วยในการติดตามพิกัดตำแหน่งของผู้สวมใส่นาฬิกาได้ตลอดเวลาจึงนิยมใช้กับเด็กหรือ ผู้สูงวัย ที่มีโอกาสพลัดหลงได้ง่าย
  • การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่านระบบบลูทูธ ทำให้สามารถตั้งการแจ้งเตือนกรณีมีข้อความ, อีเมล หรือมีโทรศัพท์เข้ามา โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ฟังก์ชันนี้นอกจากจะเพิ่มความสะดวกแล้ว ยังทำให้คนที่กำลังขับรถปลอดภัยมากขึ้นด้วย

ราคาของนาฬิกา Smart Watch มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น และกำลังเป็นผู้นำในแฟชั่นนาฬิกายุคปัจจุบัน เพราะ Smart Watch นอกจากเป็นนาฬิกาที่สวยงาม บางยี่ห้อก็สามารถทำให้ปรับรูปโฉมหน้าปัดได้ตามความชอบแล้ว ก็ยังเป็นตัวช่วยหลักในการดูแลสุขภาพให้กับคนยุคใหม่ด้วย

อาหารแบบไหนที่ควรใส่บาตรหรือเลี้ยงพระ

อาหารแบบไหนที่ควรใส่บาตรหรือเลี้ยงพระ

จากข้อมูลตัวเลขพระสงฆ์ที่อาพาธด้วยโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (กลุ่มโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหัวใจ) ซึ่งเป็นโรคที่มีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคที่ไม่เหมาะสม ซึ่งพบว่ามีจำนวนสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยตัวเลขจำนวนพระสงฆ์ที่รับการรักษาในรพ.สงฆ์ เมื่อปีที่แล้ว พบว่า 3 อันดับโรคที่พระสงฆ์อาพาธมากที่สุด คือ โรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน และทำให้เกิดการรณรงค์ให้พุทธศาสนิกชนคัดเลือกอาหารเพื่อใส่บาตรทำบุญกับพระ ให้เน้นในเรื่องของกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น เนื่องจากพระสงฆ์และสามเณรจะต้องฉันอาหารที่บรรดาญาติโยมถวายให้เท่านั้น

อาหารที่ควรตักบาตรหรือถวายพระ

เพื่อให้พระสงฆ์ และสามเณรมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดอาการอาพาธจากการบริโภคอาหารที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรคติดต่อไม่เรื้อรังยอดฮิต จึงควรปรับอาหารที่ถวายพระให้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้แก่

ข้าวกล้อง ข้าวไม่ขัดสี เป็นข้าวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าข้าวขาว เพราะมีวิตามิน และปริมาณเส้นใยอาหารสูงกว่าข้าวขาวทั่วไป หรืออาจเลือกเป็นข้าวเสริมวิตามินซึ่งเป็นกลุ่มอาหารสุขภาพแบบ Functional Food ที่กำลังมาแรง ก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพของพระสงฆ์มากขึ้น

เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน โดยเฉพาะมันหมู หมูสามชั้น หรือหนังไก่ ถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนเป็นเนื้อปลาที่สามารถย่อยได้ง่ายมากกว่า จะดีต่อสุขภาพของพระสงฆ์มาก

อาหารที่ปรุงโดยลดปริมาณโซเดียมลง เพราะจะมีผลกระทบต่อการทำงานของไต หากปรุงอาหารเพื่อใส่บาตรเอง ก็ควรลดการเติมสารปรุงแต่ง เช่น ซอส ซีอิ้ว ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มสุกี้ น้ำปลาลง แต่หากจะต้องซื้อจากร้านเพื่อใส่บาตรพระ ก็ควรเพิ่มความพิถีพิถันในการเลือกอาหาร ยิ่งอาหารประเภทหมักดอง อาหารแช่แข็ง หากเลือกได้ก็ควรหลีกเลี่ยง

อาหารประเภท ต้ม นึ่ง ย่าง จะให้สุขภาพที่ดีกว่า อาหารประเภทผัดหรือทอดที่ต้องใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ และที่สำคัญ ควรเลี่ยงอาหารที่ทำจากกะทิ ไม่ว่าจะเป็นแกงต่าง ๆ รวมถึงขนมหวานแบบไทย ๆ ที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบหลัก ก็ไม่ดีต่อสุขภาพของพระสงฆ์เช่นเดียวกัน

ผลไม้ การเลือกผลไม้เพื่อถวายพระสงฆ์ นอกจากจะดูตามฤดูกาลแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความหวานด้วย ผลไม้ที่มีความหวานมาก เช่น ทุเรียน ขนุน และลำไย จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของพระสงฆ์ได้ จึงควรเลี่ยง และเลือกผลไม้กลุ่มที่ไม่หวานมาก อย่าง ฝรั่ง ชมพู่ มะม่วงดิบ แทนจะดีกว่า

น้ำ คนส่วนใหญ่นิยมตักบาตรพร้อมน้ำอยู่แล้ว ซึ่งน้ำที่ควรถวายพระ ไม่ควรเป็นน้ำหวาน หรือ น้ำอัดลม การถวายน้ำเปล่าถือว่าดีอยู่แล้ว แต่หากจะเน้นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาจเลือกเป็นพวกน้ำเต้าหู้ เครื่องดื่มธัญพืชที่ไม่เน้นความหวาน ก็สามารถทำได้

หากญาติโยมช่วยกันปรับเปลี่ยนอาหารที่จะใส่บาตรหรือเลี้ยงพระ ให้เน้นไปในแนวสุขภาพ โดยเฉพาะเน้นไปที่ผักและผลไม้ จำนวนพระสงฆ์ที่จะอาพาธด้วยกลุ่มโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ก็มีแนวโน้มจะลดลงได้

อาหารแบบไหนที่ควรใส่บาตรหรือเลี้ยงพระ

ธุรกิจ ฟิตเนส น่าทำหรือไม่ปี 2020

ธุรกิจ ฟิตเนส น่าทำหรือไม่ปี 2020

การทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่นิยมอย่างมาก เพราะจะทำให้ได้ผลกำไรหรือค่าตอบแทนที่สูงกว่าการทำงานในบริษัทในฐานะลูกจ้างประจำ ซึ่งการจะทำธุรกิจฟิตเนสในปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จทั้งด้านกำไร จำนวนลูกค้าประจำ ลูกค้าใหม่ และชื่อเสียงที่บอกต่อไปเรื่อย ๆ นั้น จะต้องมีแนวทางในการทำ ดังนี้

แนวทางทำธุรกิจ ฟิตเนส

เน้นประหยัดต้นทุนให้มากที่สุด

ในสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน หากลงทุนมากก็เสี่ยงที่จะขาดทุนหรือคืนทุนช้า ดังนั้นจะต้องเริ่มต้นจากการทำฟิตเนสที่มีขนาดเล็ก แต่ต้องเลือกทำเลที่ดี เช่น อยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือใกล้กับโรงเรียน ที่ทำงานของกลุ่มคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกาย หรือต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเช่าพื้นที่กว้างขวาง แค่มีห้องเล็ก ๆ แต่อุปกรณ์ครบ ก็จะดึงดูดใจให้คนเข้ามาใช้บริการได้อย่างมาก

การคิดค่าสมาชิกอย่างเหมาะสม

ในอดีตนั้นการเล่นฟิตเนสจะต้องเสียค่าสมาชิกเป็นรายปี 30,000-50,000 บาทต่อปี ซึ่งถือว่าสูงมาก โดยเฉพาะในกรณีที่คนนั้นไม่ได้ใช้บริการเป็นประจำหรือมีภารกิจติดขัดในช่วงงานยุ่ง ก็จะทำให้เหมือนเสียค่าสมาชิกไปฟรี ๆ ปัจจุบันจึงแนะนำให้คนที่สนใจทำธุรกิจฟิตเนสที่ต้องการดึงดูดความสนใจลูกค้า คิดในราคาตามจริง เช่น เป็นรายชั่วโมงแทนการคิดแบบเก่า จะช่วยดึงดูดใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาใช้บริการ เพราะเห็นถึงความคุ้มค่ามากขึ้น

มีกิจกรรมให้ทำที่แปลกใหม่

นอกจากการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายแบบธรรมดาแล้ว ควรศึกษาว่าต่างประเทศนั้นมีการใช้เทคนิคออกกำลังกายแบบไหน ที่มีข้อดีหรือจุดเด่นกว่าเทคนิคที่ใช้กันอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะร้านในละแวกใกล้ ๆ กับคุณ จะทำให้ลูกค้าสนใจมาใช้บริการฟิตเนสของคุณมากกว่าเดิม และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการบอกต่อกันให้มาลองกิจกรรมออกกำลังกายแบบใหม่ด้วย

การทำโปรโมชั่นที่น่าสนใจ

ในช่วงต้นปีนั้น ผู้คนจะนิยมที่จะออกแบบกิจกรรมใหม่ ๆ ให้กับตัวเองเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สุขภาพดีขึ้น สดใสขึ้น ลดน้ำหนักได้ตั้งแต่ต้นปี ดังนั้นคุณควรจะใช้โอกาสนี้ในการทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม ชวนเพื่อนมาได้จ่ายครึ่งราคา หรือมีคอร์สแถมพิเศษให้ฟรีสำหรับการใช้บริการครบ 10 ครั้ง หรือการผ่อนจ่ายค่าคอร์สแบบตัดบัตรเครดิต จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น

การทำธุรกิจฟิตเนสในปี 2020 นั้น ยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับนักธุรกิจยุคใหม่ที่อยากมีกิจการของตัวเอง เราหวังว่าบทความนี้จะให้กำลังใจและสร้างมุมมองที่ดีให้แก่คนที่อยากทำธุรกิจของตัวเองต่อไป

ธุรกิจ ฟิตเนส น่าทำหรือไม่ปี 2020

เทคนิคการดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาว

เทคนิคการดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาว

ในช่วงปลายปี เกือบทุกภาคของประเทศไทยจะมีสภาพอากาศเย็นกว่าปกติ ประกอบกับมีคนสูงอายุมากขึ้นในสังคมไทย เราจึงต้องช่วยกันศึกษาเทคนิคการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกครอบครัวมีสุขภาพดีร่วมกันดังนี้

ดูแลสุขภาพช่วงหน้าหนาวอย่างไร

เลือกเนื้อผ้าที่หนา ในช่วงฤดูหนาวต้องมีการสวมใส่เสื้อผ้าที่แขนยาวและทอด้วยเส้นใหญ่ที่หนาและชิดกว่าปกติ อาจจะต้องใส่ถุงมือและถุงเท้ารวมถึงใช้ผ้าพันคอที่มีเนื้อผ้าอุ่นสบายด้วย จะทำให้รักษาอุณหภูมิร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนนอนควรใส่ถุงเท้านอนด้วยตามหลักแพทย์แผนจีน เพื่อไม่ให้เป็นหวัดและเป็นไข้ตามมาได้ง่าย ๆ

รับประทานอาหารที่เหมาะสม ในช่วงฤดูหนาว เราจะต้องเสริมการรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น น้ำขิง น้ำมะตูม บ่อยขึ้น หรือทำเมนูอาหารที่มีน้ำซุปอุ่น ๆ รับประทานคู่กัน เช่น ข้าวมันไก่ แนะนำให้ทำน้ำซุปที่ผสมเครื่องยาแบบจีนรับประทานแบบร้อน ๆ ก็จะช่วยให้ได้รับประโยชน์มากขึ้น ทั้งนี้ต้องไม่ลืมหลักโภชนาการ คือการรับประทานสารอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นประจำ และเสริมวิตามินซีจากผลไม้ เช่น ฝรั่งหรือส้มด้วย ก็จะทำให้ลดโอกาสติดเชื้อโรคได้

หมั่นออกกำลังกายเสมอ การออกกำลังกายในช่วงฤดูหนาวนั้น เป็นเรื่องยากของคนส่วนใหญ่ เพราะอากาศที่เย็นทำให้อยากนอนนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องรักษาระเบียบวินัยให้กับตัวเอง โดยการตื่นออกกำลังกายในช่วงเช้าเป็นประจำ จะทำให้ระบบภูมิต้านทานและฮอร์โมนทำงานได้อย่างสมดุล เสริมความแข็งแรง ทำให้สุขภาพดีได้อย่างยั่งยืน

อาบน้ำอุ่นและเปลี่ยนเวลาอาบน้ำ ควรเลือกที่จะอาบในช่วงเวลาสายแทนการอาบตอนค่ำ เพื่อให้ลดความเสี่ยงของการเป็นหวัด นอกจากนี้ควรอาจจะใช้น้ำต้มสุกผสมเพื่อให้มีความร้อนเพิ่มขึ้น หรือปรับอุณหภูมิของเครื่องทำน้ำอุ่นให้ให้สูงขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังปัญหาผิวแห้งที่จะตามมาด้วย โดยสามารถทาน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอกที่มีวิตามินอี โลชั่นบำรุงผิว เพื่อช่วยในการบำรุงผิวและลดปัญหาผิวแห้งคันในช่วงฤดูหนาวได้ด้วย

งดการดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์จะมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยาย แม้จะทำให้รู้สึกอบอุ่นในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นจะทำให้ร่างกายขาดน้ำและอุณหภูมิภายในลดต่ำลง สูญเสียความอบอุ่นไป จึงเห็นเป็นข่าวว่ามีหลายรายเสียชีวิตจากอาการช็อกหมดสติ และหากนั่งอยู่ข้างเตาผิงก็อาจจะทำให้ถูกไฟคลอกได้ด้วย ดังนั้นเปลี่ยนจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นหาอะไรทำอยู่ที่บ้านจะดีกว่า เช่น การติดตามสถิติบอลใน ผลบอลสด 888 ผ่านเว็บบอล หรือหาอะไรดูชิลล์ๆที่มีอรรถรสจะช่วยให้ผ่อนคลายจากหน้าหนาวได้มากกว่า

การดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาวนั้น ต้องใส่ใจทั้งองค์ประกอบภายในและภายนอก เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจหลักการดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างในช่วงอากาศเย็นจัดดียิ่งขึ้น

ดูแลสุขภาพช่วงหน้าหนาวอย่างไร

ของขวัญที่ผู้ชายอยากได้จากคนรักในวันวาเลนไทน์

ของขวัญที่ผู้ชายอยากได้จากคนรักในวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ เป็นเทศกาลที่คนนิยมแสดงความรักให้แก่กัน ผู้หญิงจำนวนมากก็อยากมอบของขวัญให้ฝ่ายชาย แต่ส่วนใหญ่จะไม่แน่ใจว่าของขวัญอะไรที่ผู้ชายจะชอบ เพราะผู้ชายมักไม่แสดงออกว่าต้องการอะไร

ของขวัญอะไรที่ผู้ชายจะรู้สึกดีเมื่อได้รับบ้าง

การ์ดวันวาเลนไทน์แบบ DIY

การ์ดที่ฝ่ายหญิงทำขึ้นเองเป็นผลงาน DIY ที่สามารถสร้างความประทับใจให้ฝ่ายชายได้อย่างแน่นอน เพราะมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร คุณสามารถเลือกซื้อกระดาษ สีเมจิก โบว์ สติ๊กเกอร์ ฯลฯ มาตัดตกแต่งบนการ์ดและเขียนถ้อยคำที่แสดงถึงความรู้สึกดีที่คุณมีต่อกันได้อย่างไม่จำกัดไอเดีย เชื่อมั่นได้เลยว่าฝ่ายชายจะประทับใจและเก็บไว้อย่างดีเพื่อเป็นที่ระลึก

นาฬิกาใส่ออกกำลังกาย

การหาของขวัญให้ผู้ชายที่รักการออกกำลังกาย ไม่ว่าว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่ง ฯลฯ การสวมใส่นาฬิกาข้อมือ ที่มีฟังก์ชันในการคำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญ จับความเร็วในแต่ละช่วงเวลา คำนวณระยะทางแบบสะสม และสามารถแชร์ผลสู่โซเชียลและสมาร์ทโฟนได้ทันที เป็นของใช้ที่หากได้รับจากฝ่ายหญิง จะต้องชื่นชอบแน่นอน ปัจจุบันมีดีไซน์รูปแบบที่สวยงามและสีสันหลายหลาก จึงเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์อีกชิ้นหนึ่งที่น่าจะถูกใจ และได้ใช้ประโยชน์เป็นประจำอย่างแน่นอน

กระเป๋าสตางค์

กระเป๋าสตางค์เป็นของที่ทุกคนต้องใช้ติดตัว ผู้ชายส่วนใหญ่มักไม่ค่อยเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์บ่อย เนื่องจากต้องเลือกที่ถูกใจจริง ๆ ทั้งแบรนด์สีสัน จำนวนช่องใส่ธนบัตรและการ์ดต่าง ๆ หากฝ่ายหญิงสามารถเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์ที่ตรงใจฝ่ายชายได้ โดยอาศัยการสังเกตกระเป๋าเดิมที่เขาเคยใช้อยู่ นำมามอบให้ในวันวาเลนไทน์ ก็ถือว่าเป็นของขวัญสุดพิเศษที่เขาจะต้องประทับใจและใช้ได้นานหลายปีอย่างแน่นอน

น้ำหอม

ผู้ชายจำนวนมากจะนิยมใช้น้ำหอม เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจหลังการออกกำลังกายหรือการไปทำงานตอนเช้า โดยแต่ละคนจะชอบกลิ่นที่เฉพาะสำหรับตัวเอง หากผู้หญิงสามารถเลือกซื้อน้ำหอมในแบบที่เขาชอบมาให้ในวันวาเลนไทน์ ก็จะแสดงถึงความเอาใจใส่ที่มีต่อกัน รับประกันได้ว่าฝ่ายชายจะต้องประทับใจและหยิบใช้บ่อย ๆ แน่นอน อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากให้ฝ่ายชายลองใช้น้ำหอมกลิ่นใหม่ ๆ ก็สามารถชวนไปหาซื้อด้วยกันได้ด้วย

การมอบของขวัญวันวาเลนไทน์ เป็นตัวแทนความรักที่ฝ่ายหญิงสามารถที่จะมอบให้กับฝ่ายชายได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นของที่มีมูลค่าสูง หรือเป็นของหายาก แต่ควรมีความหมายที่บ่งบอกถึงความเอาใจใส่และแทนคำขอบคุณที่มีต่อกัน จึงจะเป็นของขวัญที่มีคุณค่าและสร้างความจดจำได้นาน ๆ

ของขวัญอะไรที่ผู้ชายจะรู้สึกดีเมื่อได้รับบ้าง

โรคกรดไหลย้อนป้องกันได้ แค่รู้วิธี

โรคกรดไหลย้อนป้องกันได้ แค่รู้วิธี

โรคกรดไหลย้อนเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อที่คนไทยเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เกิดเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ทำให้มีอาการแสบร้อนในช่องอก เรอเหม็นเปรี้ยว แน่นท้อง ฯลฯ ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและอาจทำให้อาการลุกลามถึงการเป็นแผลในหลอดอาหารหรือกล่องเสียงได้

วิธีป้องกันตัวเอง ให้ห่างไกลจากโรคกรดไหลย้อน

1. ไม่รับประทานอาหารเผ็ด

อาหารที่มีส่วนผสมจากพริกชนิดต่าง ๆ หรือน้ำส้มปรุงรสในแกงที่เข้มข้น เมื่อรับประทานเข้าไปจะกระตุ้นให้เซลล์ในกระเพาะหลั่งกรดออกมามากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อปัญหากรดไหลผ่านหูรูดเหนือกระเพาะขึ้นไปทำลายหลอดอาหาร ทำให้แสบร้อนในลำคอง่าย ทางที่ดี คือ การงดรับประทานอาการรสเผ็ด เปลี่ยนมาบริโภคอาหารรสกลมกล่อมจะดีต่อสุขภาพมากกว่า

2. รับประทานไม่อิ่มเกินไป

การบริโภคอาหารครั้งละมาก ๆ จะทำให้มีปริมาณโปรตีน เส้นใย ไขมัน แป้ง ฯลฯ อัดแน่นในกระเพาะอาหารมากเกินไปในแต่ละมื้อ จึงเกิดการดันตัวขึ้นไปในหลอดอาหารได้ วิธีการจัดการที่ดี คือ ปรับปริมาณการรับประทานในแต่ละมื้อลง รับประทานเพียงให้รู้สึกพออิ่ม และอาจเพิ่มมื้อย่อยเป็น 4-5 มื้อแทนมื้อใหญ่ 3 ครั้งอย่างที่ผ่านมา อาการโรคกรดไหลย้อนจะไม่ถามหาอีกต่อไป

3. รับประทานแล้วห้ามนอนทันที

การรับประทานแล้วนอนต่อทันที ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดเหนือกระเพาะไม่สามารถปิดกั้นอาหารได้สนิท จึงมีอาการแสบร้อนในลำคอตามมาได้ง่าย ควรปรับเวลาการรับประทานโดยเฉพาะมื้อเย็นให้ห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และควรนอนหมอนหนุนสูงเป็นประจำด้วย

4. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน

ภาวะอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคกรดไหลย้อนอย่างมาก จากการเก็บสถิติขององค์กรด้านสุขภาพ พบว่าคนอ้วนมีอาการไม่สบายตัวจากโรคกรดไหลย้อนบ่อยกว่าคนที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ ดังนั้น การควบคุมน้ำหนักตัวด้วยการจำกัดอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ จึงจะทำให้คุณสุขภาพดีและห่างไกลโรคกรดไหลย้อนได้

5. ไม่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่จะทำให้ร่างกายผลิตกรดในกระเพาะมากกว่าเดิม ส่วนการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดเหนือกระเพาะอาหารหย่อนตัวลงมากกว่าปกติ ดังนั้น การควบคุมกิจกรรมเข้าสังคมให้น้อยลง เพื่อลดความจำเป็นในการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ จึงจะมีผลดีต่อการทำงานของระบบกระเพาะอาหาร

จากที่กล่าวมา คงเห็นแล้วว่าการดูแลตัวเองเรื่องการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสมเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาวะโรคกรดไหลย้อน เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกท่านดูแลสุขภาพตัวเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้ดีขึ้น

โรคกรดไหลย้อนป้องกันได้ แค่รู้วิธี

จะทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้จัก Web Hosting

จะทำเว็บไซต์ออนไลน์ต้องรู้จัก Web Hosting

การเปิดเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ต้องมีการใช้พื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลของระบบร้านค้า ซึ่งเปรียบเทียบได้กับการเช่าพื้นที่ในตลาดนัด ที่จะมีการจัดสรรทรัพยากรและมีการคิดค่าใช้จ่ายตามขนาดพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Web Hosting ประเภทต่าง ๆ มาฝากกัน เพื่อให้ท่านที่กำลังจะทำเว็บไซต์ออนไลน์ได้ใช้เป็นแนวทางในการเลือกพิจารณาได้ดียิ่งขึ้น

แนวทางการเลือก Web Hosting

Shared Web Hosting

Web Hosting มีอยู่หลายรูปแบบ ที่นิยมทั่วไปพื้นฐาน คือ แบบ Shared Web Hosting หากเลือกแบบนี้ คุณและนักธุรกิจเจ้าอื่น จะใช้ทรัพยากรส่วนใหญ่ทางระบบคอมพิวเตอร์ร่วมกัน จึงมีข้อจำกัดในด้านความรวดเร็วของการส่งผ่านข้อมูล การกำหนดค่าโปรแกรม เช่น การเขียนสคริปต์ Script ฯลฯ

เพราะทางผู้ให้บริการย่อมต้องรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและต้องการควบคุมจัดระเบียบ ไม่ให้เกิดการกระทบต่อระบบร้านค้าโดยรวม มีข้อดีที่สำคัญ คือ ค่าใช้จ่ายต่อรายเดือนถูก และคุณไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลและแก้ปัญหาระบบเครือข่าย Network เอง

Virtual Private Server Hosting

ต่อมา คือ แบบ VPS Hosting หรือ Virtual Private Server Hosting ทางบริษัทผู้ให้บริการจะมีการจัดสรร Server ขนาดใหญ่ ให้เป็นพื้นที่ย่อย ๆ ที่ต่างทำงานได้อย่างเป็นเอกเทศของตัวเอง โดยรองรับการใช้งานของเว็บไซต์พร้อมกันได้อย่างหลากหลายกว่าแบบแรก

ข้อดีที่สำคัญ คือ เมื่อ Server ย่อยใด มีความเสียหายเกิดขึ้น ก็จะไม่กระทบต่อการทำงานในส่วนอื่น โอกาสที่ธุรกิจร้านค้าออนไลน์ของคุณจะหยุดชะงัก เช่น ดาวน์โหลดข้อมูลไม่ได้ เว็บไซต์ค้าง ฯลฯ ก็จะลดลงไปอย่างมาก นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยนค่า Configuration ของซอฟต์แวร์ เช่น PHP และ MySQL ได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ยังมีความเร็วที่ไม่เพียงพอ ซึ่งต้องเลือก Hosting แบบที่สาม

Dedicated Hosting และ Collocated Hosting

แบบที่สาม คือ Dedicated Hosting และ Collocated Hosting เป็นแบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับการทำร้านค้าออนไลน์ จึงมีราคาการให้บริการที่แพงที่สุดด้วย แต่ก็นับว่าคุ้มค่ากับระบบในการรักษาความปลอดภัยและการ Backup ข้อมูล เพื่อรักษาความลับของข้อมูลในระดับสูงสุด อีกทั้งยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องของการเขียนโปรแกรม หรือการออกแบบใด ๆ ในพื้นที่ให้เช่านี้ เจ้าของเว็บไซต์แต่ละคนสามารถใช้พื้นที่ได้ตามความต้องการ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ อาจจ้างตำแหน่ง Hosting Admin มาดูแลบริหารจัดการเชิงระบบให้ หากไม่มีความชำนาญเพียงพอหรือไม่มีเวลาก็ได้แนวทางการเลือก Web Hosting

จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้บริการ Hosting แต่ละแบบมีความเหมาะกับธุรกิจแต่ละประเภท ควรทำการศึกษาในรายละเอียดให้ลึกซึ้งและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างไม่สะดุด ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ในช่วงต้นที่ทำเว็บไซต์ออนไลน์ สามารถเลือก Hosting ที่คิดค่าบริการถูกที่สุด แล้วค่อยขยับตามระดับรายได้ของเว็บไซต์ จำนวนผู้ใช้บริการ และจำนวนข้อมูลสะสม เช่น ภาพ คลิปวีดีโอ ฯลฯ ก็ได้เช่นกัน

วิธีบริหารจัดการเพื่อลดความเครียดในการทำงานออฟฟิศ

วิธีบริหารจัดการเพื่อลดความเครียดในการทำงานออฟฟิศ

ต้องยอมรับว่าการทำงานออฟฟิศในปัจจุบันมีภาวะความเครียดสูง เพราะต้องรีบเร่งแข่งกับเวลาในการทำงานให้ตรงใจลูกค้า และยังต้องแข่งกับบริษัทอื่นที่มีกลุ่มลูกค้าเดียวกัน ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนสูงด้วย

วิธีลดความเครียดในการทำงานออฟฟิศ

1. มีการวางแผนลำดับงาน

การทำงานจะไม่ต้องเร่งมากเกินไป หากมีการวางแผนงานก่อนล่วงหน้าอย่างเหมาะสม แนะนำว่าในช่วงเวลาก่อนนอนของแต่ละวัน ต้องทำตารางลำดับความสำคัญของงานไว้ล่วงหน้า ว่าสิ่งใดควรเร่งทำก่อน สิ่งใดทำทีหลังได้ เพื่อให้งานที่ต้องใช้กำลังความคิดมากๆ ทำในช่วงเช้าที่สมองแจ่มใส เพื่อให้มีโอกาสผิดพลาดน้อยที่สุดและทำให้รู้สึกกดดันน้อยลง

2. การแสดงความเห็นร่วมกัน

มีการศึกษาพบว่าหากทำงานในออฟฟิศที่มีวัฒนธรรมให้ทุกคนแบ่งปันความเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้อย่างอิสระ จะทำให้คนทำงานออฟฟิศที่เป็นคนรุ่นใหม่อายุ 20-28 ปี มีความสุขในการทำงานและลดความเครียดได้มากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้านาย หัวหน้าทีมบริหารจัดการ และลูกน้องทุกคนที่จะร่วมสร้างเวทีแสดงความเห็นในออฟฟิศที่ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด แต่เป็นไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของทีมที่ดี ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าหรือผู้จ้างงานมากที่สุด

3. มีสิ่งอำนวยความสะดวกในบริษัท

การมีสิ่งอำนวยความสะดวกจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเสริมคุณภาพชีวิตของคนทำงาน เช่น พนักงานที่จำเป็นต้องยกของหนัก ควรสวมใส่ชุดที่พยุงหลัง เพื่อป้องกันโรคกระดูกเสื่อม พนักงานที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ เช่น นักออกแบบภาพกราฟิก ควรมีเก้าอี้ปรับระดับได้และมีแผ่นกรองแสงเพื่อที่จะลดปัญหาวุ้นตาเสื่อมในระยะยาว การมีอุปกรณ์ตัวช่วยเหล่านี้จะทำให้ทุกคนทำงานได้ดีขึ้น และลดความเครียดทั้งใจและกาย เมื่อต้องทำงานต่อเนื่องเป็นประจำด้วย

4. มีการกินเลี้ยงภายในออฟฟิศบ้าง

การทำงานออฟฟิศมักมีเรื่องกระทบกระทั่งเป็นระยะ อาจทำให้ความสัมพันธ์ในระยะยาวของทีมกระท่อนกระแท่น จึงส่งผลให้มีคนลาออกบ่อยๆ ทำให้บริษัทไม่สามารถพัฒนาได้ต่อเนื่อง การจัดเลี้ยงเล็กๆ หลังปิดโครงงานเป็นระยะๆ จะช่วยให้ทุกคนได้ปรับความเข้าใจกัน ทำให้ลดความเครียด และยังทำให้การทำงานชิ้นต่อๆ ไปราบรื่นมากขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่า การทำงานในออฟฟิศได้อย่างมีความสุข จะต้องนำวิธีบริหารจัดการเพื่อลดความเครียดในหลาย ๆ รูปแบบมาผสมผสานกัน หากทำได้สม่ำเสมอจะทำให้ทุกคนมีสุขภาพกายและใจที่ดี มีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น

เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดีให้ทุกคนนำไปปรับใช้กับการทำงานออฟฟิศได้อย่างมีความสุข

วิธีลดความเครียดในการทำงานออฟฟิศ