รีวิว 5 ร้าน paint by numbers แพดเทิร์นสวย ระบายสีเสร็จขายงานต่อได้

รีวิว 5 ร้าน paint by numbers แพดเทิร์นสวย ระบายสีเสร็จขายงานต่อได้

paint by numbers คือ งานอดิเรกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากทำงานศิลปะที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดด้วยการระบายสีตามตัวเลขบนแพดเทิร์นรูปภาพบนผ้าใบ (Canvas) โดยงาน paint by numbers ที่วางจำหน่ายจะเป็นภาพร่างสำเร็จรูปพร้อมระบาย มีสีสำหรับระบายบนผ้าใบ พู่กันและมีภาพต้นแบบให้ดูเป็นตัวอย่าง มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด 20 x 20 เซนติเมตรและขนาด 40 x 50 เซนติเมตร ซึ่งงานอดิเรกนี้เมื่อระบายสีเสร็จเรียบ โดยร้านที่ขายงาน paint by numbers สวย ๆ ทำเสร็จแล้วสามารถขายเป็นภาพวาดแขวนผนังต่อได้ มีดังนี้

วังภาพวาดสีน้ำมัน DIY ร้านขายภาพ paint by numbers บนแอปพลิเคชัน Shopee มีให้เลือกทั้งภาพมงคลที่เหมาะสำหรับตกแต่งห้องตามฮวงจุ้ย เช่น ภาพปลาคาร์ป, ภาพภูเขา, ภาพน้ำตกและภาพดอกไม้ เป็นต้น, ภาพ abstractและภาพการ์ตูน ราคาของภาพวาดจะอยู่ที่ราคาประมาณ 100 – 300 บาทเท่านั้น

Paint.number11 หนึ่งในร้านขายภาพ Paint by numbers ที่มีจำหน่ายเฉพาะภาพสั่งทำเท่านั้น เหมาะกับผู้ที่อยากได้ภาพ paint by numbers ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และมีเพียงชิ้นเดียวในโลก โดยทางร้านจะมีให้เลือก 5 ขนาด คือ 30 x 40, 35 x 60, 40 x 40, 40 x 50 และ 60 x 80 เซนติเมตร ในราคาเริ่มต้นเพียง 200 กว่าบาทเท่านั้น ผู้ที่สนใจสั่งทำภาพ Paint by number

paint_by_number_by_kotchy ร้านขายภาพระบายสีบนผ้าใบที่มีรูปสไตล์ตัวการ์ตูนแสนน่ารักให้เลือกมากมายเหมาะสำหรับตกแต่งห้องนอนสไตล์มินิมอลและแบบมูจิ เรียบง่าย สีอ่อนดูละมุนตา โดยภาพที่ทางร้านจำหน่ายขนาด 30 x 40 เซนติเมตร ในราคาเพียง 300 กว่าบาทและมีค่าส่งประมาณ 40 บาท

paintbynumbers_paint ใครที่ชอบภาพวาดและเฉดสีภาพสไตล์คลาสสิกต้องร้านนี้เลย โดยภาพที่ขายในร้านจะมีทั้งภาพวิวทิวทัศน์, สัตว์เลี้ยง, คน, สิ่งของและสถานที่สวย ๆ เหมาะสำหรับตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องนอน ภาพที่ขายภายในร้านจะมีขนาด 40 x 50 เซนติเมตร โดยภายในชุดจะมีทั้งสี กระดาษและพู่กันครบชุดพร้อมระบายสี ในราคาเริ่มต้นประมาณ 600 กว่าบาท

ososo.o ร้านขายภาพ Paint by numbers แบบ DIY ที่ผู้ซื้อสามารถนำภาพที่อยากนำระบายสีเพื่อตกแต่งภายในบ้านหรือใช้เป็นของขวัญได้ที่นี่ โดยลูกค้าสามารถเลือกขนาดภาพได้ถึง 6 ขนาด คือ 30 x 40, 30 x 50, 40 x 40, 40 x 50, 45 x 60 และ 50 x 70 เซนติเมตร ซึ่งทางร้านจะใช้เวลาประมาณ 10 – 15 วันในการทำภาพให้เสร็จและจำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 400 กว่าบาทเท่านั้น

เปลี่ยนงานอดิเรกที่ข่วยผ่อนคลายความเครียดและนำมาเปลี่ยนเป็นรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยภาพ paint by number

5 วิธีลดความเสี่ยงเมื่อผู้หญิงต้องขับรถคนเดียว

5 วิธีลดความเสี่ยงเมื่อผู้หญิงต้องขับรถคนเดียว

เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งหากเป็นผู้หญิงยิ่งต้องแบกรับความเสี่ยง เพราะมีโอกาสเป็นเหยื่อได้มากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องขับรถคนเดียว และสำหรับสาว ๆ ท่านใดที่ต้องขับรถคนเดียวเสมอ ลองมาติดตามเทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงเมื่อต้องใช้รถใช้ถนนเพียงคนเดียว

1.อย่าจอดรถในที่ลับตา
เทคนิคพื้นฐานในการดูแลตัวเองสำหรับผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว นั่นคือ เลี่ยงการจอดรถในที่เปลี่ยว ยิ่งหากรู้ตัวว่าเลิกงานช้าหรือเสร็จธุระช่วงดึก ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการเลือกที่จอดรถ แนะนำให้จอดรถในที่สว่างหรือสถานที่ที่มั่นใจว่าแม้ดึกแล้วยังมีคนเดินผ่านไปมาแน่นอน นอกจากนี้ ควรจอดรถแบบถอยหลังเข้าช่องจอด เพราะหากมีเหตุฉุกเฉินจะสามารถขับรถออกได้อย่างรวดเร็ว

2.ล็อกรถให้ติดเป็นนิสัย
สาว ๆ หลายคนเมื่อขึ้นรถแล้วหันไปวางกระเป๋าหรือสตาร์ทเครื่องยนต์รอไว้ก่อน ทั้งที่จริงแล้วสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือการล็อกประตูรถทันที เนื่องจากมิจฉาชีพมักอาศัยจังหวะนี้ เพราะเป็นช่วงที่คุณผู้หญิงขาดความระมัดระวัง ดังนั้น เมื่อปิดประตูรถยนต์แล้วให้กดล็อกรถทันทีจนติดเป็นนิสัย และควรเว้นการตอบแชทหรือการคุยโทรศัพท์เพราะอาจทำให้ขาดความระมัดระวัง

3.สังเกตรอบตัวเสมอ
เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ สาว ๆ จึงจำเป็นต้องตื่นตัวตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาใช้รถใช้ถนน หากต้องขับรถผ่านพื้นที่เปลี่ยวควรเช็คทุกครั้งว่าประตูล็อกแล้วหรือยัง และควรสังเกตว่ามีรถขับตามมาแบบผิดปกติหรือไม่ หากมีควรรีบขับไปยังบริเวณที่สว่างหรือพอมีผู้คน นอกจากนี้ ขณะเดินไปยังที่จอดรถควรสังเกตรอบตัวเสมอว่ามีคนแปลกหน้าเดินตามหรือไม่ หากสังเกตความผิดปกติควรรีบเดินห่างจุดนั้นทันทีหรือรีบแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

4.เตรียมเบอร์โทรฉุกเฉินเอาไว้
อีกหนึ่งตัวช่วยเมื่อต้องเจอเหตุการณ์ฉุกเฉินคือกดบันทึกเบอร์โทรสำคัญเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรฉุกเฉินหรือเบอร์โทรคนสำคัญ เพราะอย่างน้อยหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันยังสามารถรายงานสถานการณ์และขอความช่วยเหลือได้ทันที

5.ตรวจเช็คสภาพรถยนต์เป็นประจำ
สาว ๆ หลายคนมักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการดูแลเครื่องยนต์เสียเท่าไหร่ โดยการดูแลเครื่องยนต์สม่ำเสมอ นอกจากช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์แล้วยังทำให้เครื่องยนต์พร้อมใช้งานเสมอ โดยเฉพาะยามเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังทำให้สาว ๆ ไม่ต้องกลุ้มใจเมื่อรถสตาร์ทไม่ติดในที่มืดและรถดับระหว่างเส้นทางเปลี่ยว ควรเก็บเบอร์โทรศัพท์สำคัญไว้ประจำรถ เช่น เบอร์โทรติดต่อประกัน ศูนย์ช่วยเหลือลากรถ หรือเบอร์ของตำรวจทางหลวง เบอร์ทางด่วน เป็นต้น

สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ต้องขับรถคนเดียวเป็นประจำ อย่าลืมนำวิธีดี ๆ เหล่านี้ไปทำตาม เชื่อว่าเทคนิคทั้ง 5 ข้อจะช่วยให้สาว ๆ ใช้รถใช้ถนนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือควรระมัดระวังทุกย่างก้าว เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ

5 วิธีแก้ไขความรักที่ไม่ลงตัว

5 วิธีแก้ไขความรักที่ไม่ลงตัว

สำหรับคนที่มีความรัก แม้ว่าจะให้ความสุขและความสดชื่นในชีวิต แต่เชื่อว่าคุณต้องเจออุปสรรคระหว่างทางรักอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความไม่เข้าใจกันหรือการใช้ชีวิตที่ต่างกันมากเกินไป จึงทำให้เกิดปัญหารักไม่ลงตัวและอาจจะนำพาไปสู่การเลิกรากันได้ในที่สุด ดังนั้นลองมาดู 5 วิธีแก้ไขปัญหารักไม่ลงตัวที่จะช่วยทำให้คุณอาจแก้ไขเรื่องราวต่าง ๆ และทำให้รักยืนยาวมากขึ้น ดังนี้

1.รู้ให้ทัน
เมื่อคุณและคนรักอยู่ร่วมกันแล้ว ควรรู้ให้ทันอารมณ์ของซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ควรรู้ให้ทันว่าอีกฝ่ายมีนิสัยหรือพฤติกรรมแบบใด ถ้าสามารถปรับได้ควรปรับ หรือถ้าเกิดปัญหาใดขึ้นแล้วพูดคุยตกลงกันได้ควรทำ แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ยอมปรับเปลี่ยนหรือทำไม่ได้ คุณควรรู้ให้ทันแล้วแยกทางกันไป เพื่อที่ความรักนี้จะไม่ทำให้คุณต้องรู้สึกเจ็บจนเข็ดไปอีกนาน

2.ทะเลาะต้องรีบเคลียร์
เมื่อใดที่คุณเริ่มมีเรื่องทะเลาะกัน ไม่ว่าจะเป็นทะเลาะกันเล็กน้อยหรือรุนแรง คุณควรต้องรีบเคลียร์ปัญหานี้ให้จบโดยเร็วที่สุด แต่ควรเป็นหลังจากการทะเลาะประมาณ 3-4 วัน เพราะช่วงเวลานี้จะทำให้คุณทั้งคู่อารมณ์เย็นลงและได้ไตร่ตรองเหตุที่ทะเลาะกันมากขึ้น เมื่อกลับมาพูดคุยกันแล้วจึงจะสามารถเคลียร์กันได้ง่ายและลงตัวมากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ควรรีบเคลียร์หลังจากทะเลาะกันเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพราะด้วยอารมณ์ที่ยังคงร้อนด้วยกันทั้งคู่ การเคลียร์นี้อาจจะยิ่งสร้างปัญหาให้หนักมากขึ้นได้นั่นเอง

3.ไม่เข้าใจต้องถาม
ถ้าเกิดเรื่องไม่เข้าใจใด ๆ ที่คุณรู้สึกติดใจสงสัยหรือติดค้างมานาน คุณควรต้องถามให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันมากที่สุด แต่ในการถามนั้นควรเลือกใช้คำพูดที่ดี แม้จะไม่ควรพูดอ้อมแต่ก็ต้องไม่พูดตรงเกินจนกลายเป็นทำลายความรู้สึกของอีกฝ่าย และเมื่อคุณเข้าใจต่อคำตอบแล้วก็ไม่ควรกลับมาถามอีก หรือถามแบบเซ้าซี้ เพราะอาจจะยิ่งสร้างให้ปัญหาใหญ่ขึ้น

4.รับรู้ความรู้สึก
ช่วงเวลาที่ความรักไม่ลงตัว คุณควรรับรู้ถึงความรู้สึกซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความทุกข์ ความไม่สบายใจ และความรู้สึกอื่น ๆ ของกันและกันให้ดี เพราะถ้าละเลยก็อาจจะยิ่งทำให้รักที่มีต่อกันลดน้อยถอยลง ดังนั้นถ้าเคยทำอะไรมาก่อนก็ควรทำให้เหมือนเดิม นอกเสียจากว่าคุณจะจับสัญญาณได้ว่าเขาหรือเธอไม่มีใจอยู่ตรงนี้แล้ว คุณจึงควรปล่อยไปแล้วกลับมาทำความรู้สึกของคุณให้ดีขึ้นแทน

5.ไม่ไหวไม่ต้องฝืน
ถ้าเมื่อใดที่รู้ว่าไปต่อไม่ได้ รู้สึกไม่ไหว คุณไม่จำเป็นต้องฝืน เพียงแค่ให้คุณทั้งคู่คุยกันด้วยการเปิดใจและลดการใช้อารมณ์ เน้นเป็นการใช้เหตุผลให้มากที่สุด จากนั้นให้คุยตกลงแล้วแยกทางกันไป เรียกได้ว่าไม่ไหวอย่าฝืน เพื่อทำให้คุณทั้งคู่ได้กลับมามีอิสระและเปิดใจเพื่อรับรักครั้งใหม่ที่อาจจะดีกว่าเดิมอีกครั้ง

ถ้าความรักของคุณเริ่มไม่ลงตัว คุณควรทำตามทาง 5 ข้อที่แนะนำนี้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องรู้สึกทุกข์ทรมานใจ และเป็นการหาจุดลงตัวที่สุดให้กับความรัก แต่ถ้าไม่ไหวก็แนะนำให้ต่างคนต่างเปิดใจและโบกมือลากันด้วยดี เพื่อทำให้ใจได้กลับมาฟื้นฟูและพร้อมเปิดรับคนใหม่ ๆ ให้กับชีวิตต่อไป

เทคนิคออมเงินที่ทำให้คุณมีเงินเก็บหลักล้านใน 10 ปี

เทคนิคออมเงินที่ทำให้คุณมีเงินเก็บหลักล้านใน 10 ปี

การมีเงินออมเป็นสิ่งจำเป็นมากในยุคปัจจุบัน เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว คนจำนวนไม่น้อยต้องการมีอนาคตที่สดใสมั่นคงด้วยธุรกิจส่วนตัว จึงจำเป็นจะต้องเริ่มสร้างเงินเก็บออมหลักล้านในสิบปีเสียแต่วันนี้ เรามาดูกันว่าเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ต้องทำอย่างไรบ้าง มาเริ่มกันเลย

1.ออมแบบ DCA
DCA ย่อมาจากคำว่า Dollar Cost Averaging หมายถึง การทยอยซื้อสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานดี มีมูลค่าสูงในระยะยาว ตามจังหวะระยะเวลาที่เจ้าของบัญชีกำหนดไว้ โดยไม่คำนึงถึงราคาในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ท้ายที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้คือ ราคาของสินทรัพย์ที่อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยที่เหมาะสม ไม่ถูกหรือไม่แพงเกินไป วิธีนี้ใช้ได้ดีกับผู้ที่ทำงานมีรายได้แบบมนุษย์เงินเดือน สามารถตั้งค่าหักเงินจากบัญชีธนาคาร ว่าให้นำเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แบบ DCA เป็นประจำทุกวันที่เท่าไหร่ของทุกเดือน

2.ฝากธนาคารดอกเบี้ยสูง
สำหรับคนที่ไม่มีทักษะในด้านการเงินและการลงทุนเลย ก็จะกลัวการลงทุนในรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูง เทคนิคที่ง่ายที่สุดสำหรับการเริ่มออมเงินคือ เลือกวิธีที่ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ แต่ให้ดอกเบี้ยสูง เช่น การฝากเงินแบบประจำปลอดภาษีระยะ 2-3 ปี ที่คุณจะมั่นใจได้ว่าจะไม่นำเงินในบัญชีนี้ออกมาใช้อย่างแน่นอน เป็นการเพิ่มมูลค่าของเงินต้นให้สูงขึ้นได้แบบไร้ความเสี่ยง

3.ทำประกันรุ่นใหม่
ในปัจจุบัน การทำประกันมีหลายรูปแบบ หากมีความเจ็บป่วยเกิดขึ้นหรือเกิดอุบัติเหตุ จะช่วยให้ไม่ต้องสำรองจ่ายจนเดือดร้อนเงินเก็บ เพราะบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้แก่สถานพยาบาลแทนคุณในทันทีตามที่สัญญาระบุไว้ นอกจากประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุแล้ว ยังมีประกันแบบออมทรัพย์ ที่คุณสามารถเลือกตามความเหมาะสม จะทำให้ได้ทั้งเงินเก็บและได้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เป็นอีกช่องทางที่ได้รับความนิยมในการออมของคนรุ่นใหม่

4.ซื้อทองคำเก็บไว้
ทองคำถือว่าเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าและราคาสูงตลอดกาล ในอดีตนั้นทองคำหนัก 1 บาท ราคาประมาณไม่กี่พันบาทเท่านั้น แต่ปัจจุบันทองคำมีราคามากกว่าเดิม 4-5 เท่าตัว หากออมเงินจากรายได้เป็นประจำ เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน เพื่อซื้อกองทุนทองคำหรือซื้อทองคำรูปพรรณ ทองคำแท่ง เก็บไว้ ก็เท่ากับการเพิ่มความมั่งคั่งในระยะยาวให้กับตนเอง ที่สำคัญช่องทางการซื้อทองคำก็มีหลายบริษัทพร้อมให้บริการแบบออนไลน์ แถมมั่นใจได้ว่าได้ทองคำมีคุณภาพตามเอกสารรับรองด้วย

การเก็บออมเงินนั้นมีหลากหลายรูปแบบที่ทุกคนควรเรียนรู้ตั้งแต่อายุน้อย เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง หากต้องการถัวเฉลี่ยความเสี่ยง ก็สามารถใช้หลายวิธีควบคู่กันทั้งการออมเงินแบบ DCA การซื้อหุ้นหรือกองทุนพันธบัตร ฝากออมในธนาคารประเภทที่มีดอกเบี้ยสูง และซื้อประกันชีวิตที่มีรูปแบบใหม่ ๆ ตอบโจทย์การเก็บออมและลดความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ด้วย

5 สุดยอดข้อดีของกาแฟดำที่ไม่ใช่แค่ดื่มแล้วกระฉับกระเฉง

5 สุดยอดข้อดีของกาแฟดำที่ไม่ใช่แค่ดื่มแล้วกระฉับกระเฉง

การดื่มกาแฟ นับเป็นวัฒนธรรมการดื่มอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยกาแฟเป็นเครื่องดื่มสุดคลาสสิก เต็มไปด้วยเสน่ห์ของกลิ่นหอมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และเสน่ห์เหล่านี้ทำให้มีผู้นิยมดื่มกาแฟจำนวนมาก โดยนอกจากรสชาติและความหอมของกาแฟแล้ว หลายคนอาจไม่ทราบว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากมายที่ไม่ใช่แค่ดื่มแล้วทำให้ตื่นตัวกระฉับกระเฉงเท่านั้น โดยเฉพาะกาแฟดำอันเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของใครหลายคน

5 สุดยอดข้อดีของกาแฟดำที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด

  1. ตัวช่วยเพื่อการลดน้ำหนัก
    ไม่ต้องแปลกใจหากเห็นใครกำลังลดน้ำหนักแล้วเลือกดื่มแต่กาแฟดำแบบปราศจากน้ำผึ้งหรือน้ำตาล นั่นเพราะกาแฟดำมาพร้อมปริมาณแคลอรีน้อย ดื่มได้โดยไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม นอกจากนี้ยังช่วยเร่งระบบเผาผลาญของร่างกายได้อีกด้วย
  2. ป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ
    ไม่เพียงแต่การเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น การดื่มกาแฟดำยังช่วยเพิ่มปริมาณไขมันดี หรือ HDL ลดปริมาณคอเลสเตอรอล ทำให้ลดการเกิดโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดอุดตัน และโรคหลอดเลือดแข็งตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ทำให้ความจำดี มีสมาธิ และลดโอกาสการเกิดอัลไซเมอร์อีกด้วย
  3. บรรเทาอาการปวดศีรษะ
    เมื่อมีอาการปวดหัว หลายคนเลือกดื่มกาแฟดำ เพื่อเป็นตัวช่วยบรรเทาอาการดังกล่าว นั่นเพราะกาแฟดำมีส่วนผสมของคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนจะช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้อาการปวดหัวค่อย ๆ ทุเลา นอกจากนี้กาแฟดำยังช่วยแก้อาการเมาค้าง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักดื่ม
  4. จัดเต็มสารอาหารดี ๆ สู่ร่างกาย
    นอกจากคาเฟอีนแล้ว ในกาแฟดำยังจัดเต็มสารอาหารมากมายเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ แมกนีเซียม โพแทสเซียม และยังมีวิตามิน B2 และ B3 ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยขับปัสสาวะ ซึ่งช่วยขับสารพิษออกสู่ร่างกาย
  5. เครื่องดื่มชะลอวัยที่ใคร ๆ ก็ดื่ม
    ใครอยากแก่ช้า ผิวพรรณสวยงามมีชีวิตชีวา ห้ามพลาดดื่มกาแฟดำเป็นประจำ เพราะเมื่อกาแฟดำเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้เครื่องดื่มแก้วนี้คือเครื่องดื่มช่วยชะลอวัย เพราะมีส่วนทำให้ออกไซด์แตกตัว ช่วยชะลอความแก่และทำให้ผิวหนังเต่งตึง

จะเห็นได้ว่ากาแฟนับดำเป็นเครื่องดื่มอัดแน่นด้วยประโยชน์ดี ๆ มากมายที่ไม่ใช่ดื่มแล้วทำให้กระปรี้กระเปร่าเท่านั้น โดยหากใครไม่สามารถดื่มกาแฟดำได้ อาจเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่สำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟใส่นม เช่น ลาเต้ มอคค่า แนะนำว่าควรจำกัดปริมาณการดื่ม เพราะอย่าลืมว่ากาแฟบางประเภทมีรสหวาน ซึ่งหากดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน

นิสัยการออมแบบไหนคือรากฐานความสำเร็จทางการเงินที่แท้จริง

นิสัยการออมแบบไหนคือรากฐานความสำเร็จทางการเงินที่แท้จริง

นิสัยการออมเป็นเรื่องที่ดีเพราะเงินออมมีประโยชน์ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเก็บเงินเรียนต่อ เป็นทุนเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรือแม้แต่การช้อนซื้อหุ้นที่มีทิศทางขาลงเพื่อหวังเก็งกำไร ความร่ำรวยไม่ได้มาด้วยโชคลาภแต่เป็นการลงทุนให้เกิดผลกำไร การมีเงินออมไว้ใช้ในจังหวะเวลาเหมาะสมจึงเป็นรากฐานของความสำเร็จทางการเงินอย่างแท้จริง

เมื่อถึงวัยทำงานมีรายได้ ทุกคนควรตระหนักว่าการออมเงินควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ แม้ว่าการสร้างครอบครัว ซื้อบ้าน ผ่อนรถ เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่ส่วนหนึ่งต้องเก็บเป็นเงินออมไว้ในกรณีฉุกเฉินหรือพบโอกาสทองที่จะลงทุนให้เงินงอกเงยได้ แนะนำให้เริ่มต้นจากเงินออมก้อนเล็กแล้วค่อย ๆ สะสมเพิ่มพูนเพื่อใช้เป็นต้นทุนต่อยอดให้เกิดดอกออกผลในอนาคต เพราะเงินออมในวันนี้จะมีค่าน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไปอีก 10 ปีข้างหน้า หัวใจสำคัญของการออมคือต้องเข้าใจมูลค่าของเงินที่ลดลงไปตามวันเวลา เป้าหมายของเงินออมต้องขยับเพิ่มขึ้น ยิ่งเป้าหมายเติบโตมากเท่าไรก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น นั่นคือเคล็ดลับการประหยัดเงินอย่างถูกวิธี

หลักการออมเงินที่ดีควรมีการบันทึกค่าครองชีพในช่วง 3 เดือนถึง 6 เดือนซึ่งเป็นแผนระยะสั้นที่ง่ายต่อการประเมินรายได้กับค่าใช้จ่ายเบื้องต้น แล้วหักลบเพื่อให้รู้ถึงจำนวนเงินที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือน เทคนิคนี้เรียกว่าจ่ายเงินให้ตัวเองก่อน เมื่อตอบสนองความต้องการที่จำเป็นในชีวิตไปแล้วจะทำให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาสร้างวินัยในการออมเงินเพราะรู้ว่าจะประหยัดได้เท่าไรและควรจะเพิ่มเป้าหมายเป็นเท่าไรในอนาคต

หลายครั้งที่ชีวิตควบคุมไม่ได้ อาจมีเหตุการณ์และค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางทำให้การออมเงินก้อนใหญ่เป็นเรื่องยาก หากมีความมุ่งมั่นที่จะมีอิสรภาพทางการเงินในอนาคต และไม่อยากกังวลว่าเงินจะขาดมือ ก็จำเป็นต้องประหยัดเป็นกิจวัตรโดยลดค่าใช้จ่ายประจำวันในแบบที่ไม่ทำให้ชีวิตลำบากและตึงเครียดเกินไป จึงจะเป็นวิธีการช่วยประหยัดเงินได้ง่ายขึ้น เช่น ขึ้นรถตู้แทนรถแท็กซี่ ดื่มกาแฟสำเร็จรูปแทนกาแฟสด เมื่อตัดสินใจว่าจะเริ่มออมเงินควรตั้งค่าโอนเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนไปยังบัญชีเงินออมทุกเดือน หากใช้บัตรเครดิต ควรชำระยอดเงินเต็มจำนวนทุกเดือนและเลือกบัตรที่ให้คะแนนตามยอดซื้อสินค้าเพื่อใช้ส่วนลดและรับเงินคืนได้ รวมถึงใช้แอปพลิเคชันช่วยบันทึกอัตโนมัติเพื่อให้ตรวจสอบเงินออมและค่าใช้จ่ายได้สะดวกง่ายดาย

นิสัยการออมเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ และมีวินัยเก็บออมเงินอย่างต่อเนื่อง วิธีจัดการกับเงินออมมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและความสำเร็จทางการเงินในอนาคต ถ้ามีเงินออมหรือหลักทรัพย์ที่ปลอดภัยอยู่ในมือ แน่นอนว่าความเครียดและวิตกกังวลจะลดลงแม้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากมีสภาพคล่องเพียงพอและมีโอกาสใช้เงินลงทุนทำกำไรในขณะที่คู่แข่งอื่น ๆ ก้าวถอยหลัง

เคล็ดลับข้อสุดท้ายคือ อย่าลืมให้รางวัลตัวเองทุกครั้งเมื่อเงินออมแตะระดับเป้าหมายที่ต้องการ จากนั้นตั้งเป้าหมายลำดับต่อไปแล้วออมเงินอย่างต่อเนื่อง

อยากมีเงินเก็บมากขึ้น ต้องทำอย่างไรดี

อยากมีเงินเก็บมากขึ้น ต้องทำอย่างไรดี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนอยากมีฐานะมั่นคงทางการเงินและต้องการมีเงินเก็บเพื่อสำรองเป็นค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉินในอนาคตด้วย เราจึงรวบรวมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการเงินมาฝากกัน เพื่อให้ผู้อ่านนำไปปรับใช้ให้มีเงินเก็บมากขึ้นได้ ดังนี้

1.ออมเงินเหรียญ
เงินทอนที่เป็นเงินเหรียญเมื่อรวมกันแล้วมีมูลค่าหลักพันต่อเดือนได้ จึงขอให้มีกระปุกสำหรับใส่เหรียญไว้ แม้จะครั้งละบาท ห้าบาท สิบบาท แต่เมื่อนำมารวบรวมเป็นประจำทุกเดือน แล้วไปฝากธนาคารต่อ คุณจะเห็นตัวเลขเงินในบัญชีเพิ่มขึ้นได้ปีละหลายหมื่นบาทเลยทีเดียว

2.สร้างรายได้เสริม
ปัจจุบันเพียงมีโทรศัพท์มือถือกับสัญญาณอินเทอร์เน็ต คุณก็สามารถสร้างรายได้เสริมได้แล้ว เช่น รับจ้างผลิตบทความ SEO รับหน้าที่เป็นแอดมินดูแลเพจต่าง ๆ ในเฟซบุ๊ก หากคุณชอบท่องเที่ยวหรือกินอาหารร้านต่าง ๆ ก็สามารถอัดคลิปรีวิวสถานที่นั้น ๆ นำขึ้นช่อง YouTube สร้างรายได้ได้เดือนละหลายพันบาท หรือหากชอบทำกับข้าวก็สามารถที่จะโพสต์รับออเดอร์ผ่านเฟซบุ๊กได้เช่นกัน

3.เรียนรู้เรื่องเล่นหุ้น
หากมีความรู้ด้านการเล่นหุ้น ก็สามารถสร้างรายได้ผ่านโปรแกรมซื้อขายหุ้นในมือถือ ทำให้มีเงินเก็บเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ ต้องศึกษาหาความรู้และฝึกฝนอย่างเป็นระบบเพื่อลงทุนอย่างมีสติและไม่ประมาท และต้องมีกติกากับตัวเองในการนำเงินที่ได้จากกำไรหรือการปันผลมาเก็บเป็นเงินออมที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า จะทำให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้นได้ด้วย

4.ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
สิ่งพื้นฐานที่หลายคนมองข้ามคือการทําบัญชีรายรับรายจ่ายที่รัดกุม เมื่อจดรายรับรายจ่ายจะทำให้คุณสามารถมองเห็นจุดอ่อนของตัวเองได้ดีขึ้น ว่าเสียค่าใช้จ่ายไปกับสิ่งใดเกินจำเป็น เช่น ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ค่าเชื้อเพลิง เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ ซึ่งการที่หลายคนเป็นหนี้บัตรเครดิตจำนวนมากก็เพราะไม่ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ดังนั้น หากมีวินัยในการทำบัญชีตั้งแต่วันนี้ จะทำให้มีเงินออมมากขึ้นอย่างแน่นอน

5.เพิ่มทักษะความรู้ใหม่ ๆ
หากคุณพิจารณาแล้วว่าตัวเองไม่มีทักษะโดดเด่นในด้านใด ก็ควรเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้แก่ตัวเองด้วยการลงเรียนคอร์สต่าง ๆ หรือหาแรงบันดาลใจจากการดูคลิป YouTube ต่าง ๆ จะทำให้คุณวิเคราะห์ตัวเองง่ายขึ้น เมื่อพัฒนาตัวเองในสิ่งที่ชอบหรือสนใจจนเกิดเป็นผลลัพธ์ใหม่ ๆ ขึ้นมา นอกจากสร้างความภูมิใจแล้ว ยังสร้างรายได้และทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นได้ในไม่ช้า

จะเห็นได้ว่าวิธีที่แนะนำข้างต้นนั้นไม่ได้มาจากการเก็บออมอย่างเดียว แต่ต้องมาจากการเพิ่มรายได้และควบคุมรายจ่ายให้เหมาะสมด้วย ทั้งยังต้องพัฒนาตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้มีความสามารถหลากหลาย ซึ่งจะทำให้มีช่องทางสร้างรายได้และมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทคนิคลดน้ำหนักหลังคลอดที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

เทคนิคลดน้ำหนักหลังคลอดที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

คุณแม่มือใหม่จำนวนมากมีปัญหาน้ำหนักส่วนเกินหลังคลอด ทำให้ไม่มั่นใจในการใส่เสื้อผ้า และยังสร้างความกังวลใจอย่างมากว่าจะลดน้ำหนักลงไปให้เท่าก่อนตั้งครรภ์ไม่ได้

เราจึงได้รวบรวมเทคนิคลดน้ำหนักหลังคลอดที่คุณแม่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้มาฝากกัน ดังนี้

  1. ให้ทารกดื่มนมจากเต้า

มีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์พบว่า แม่ที่ให้น้ำนมลูกด้วยตัวเอง จะทำให้ร่างกายดึงพลังงานไปใช้ได้มากขึ้น กระบวนการเผาผลาญโดยรวมจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะร่างกายต้องผลิตน้ำนมไหลเวียนตลอดเวลาให้เพียงพอต่อทารก นอกจากนี้ การให้ลูกดูดนมจากเต้า ยังทำให้เด็กได้รับความอบอุ่นและได้สารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงและกระตุ้นระบบย่อยอาหารของทารกให้ทำงานสมบูรณ์ด้วย

  1. เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง

การเลี้ยงทารกจะต้องเรียนรู้ธรรมชาติว่า เด็กวัยนี้จะตื่นนอนบ่อยทุก 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากวงจรการนอนหลับสั้นกว่าผู้ใหญ่ และการควบคุมระบบขับถ่ายยังทำได้ไม่ดี ทำให้ปัสสาวะอุจจาระบ่อยเช่นกัน ดังนั้น หากคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง จะทำให้ร่างกายได้ใช้พลังงานมากขึ้น จึงลดน้ำหนักส่วนเกินได้ภายใน 3 ถึง 6 เดือนเลยทีเดียว

  1. ออกกำลังกายวันละ 30 นาที

การออกกำลังกายในผู้หญิงหลังคลอดนั้น สามารถทำได้ตั้งแต่หลังคลอด 2-3 วันหากคลอดบุตรโดยวิธีธรรมชาติ แต่ถ้าคลอดโดยการผ่าตัดต้องรอประมาณ 3 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงรอยแผลที่เย็บ โดยการออกกำลังกายของแม่หลังคลอดทำได้หลายประเภท ตั้งแต่ว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่งจ๊อกกิ้ง กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก เล่นโยคะ ฯลฯ เพียงวันละ 30 นาที ก็จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้แก่ร่างกายได้ทุกส่วน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรหักโหมเกินไป ให้ค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาตามความแข็งแรงของร่างกายจะดีที่สุด

  1. ปรับเมนูอาหาร

ในช่วงที่ตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนรับประทานอาหารปริมาณมากขึ้น เพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารต่าง ๆ เพียงพอสำหรับการบำรุงทารกในครรภ์ แต่เมื่อคลอดแล้ว ต้องปรับเมนูอาหารให้มีไขมัน แป้ง น้ำตาลลดลง เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้สดมากขึ้น เลือกดื่มนมสูตรไขมันต่ำหรือน้ำตาล 0% และงดการดื่มน้ำอัดลม

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อทุกคน หลังการคลอดลูก ร่างกายของแม่ต้องการน้ำที่เพียงพอในการช่วยให้ปฏิกิริยาการเผาผลาญสารอาหารได้ดีขึ้น กระตุ้นการขับถ่ายของเสียหรือดีทอกซ์ได้อย่างสมบูรณ์ จึงไม่ควรมองข้ามการดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 6-8 แก้ว

การลดน้ำหนักของคุณแม่หลังคลอดไม่ใช่เรื่องยากเกินไป เพียงรู้เทคนิคที่เรากล่าวมาแล้วนำไปปรับใช้เป็นประจำ ก็จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5-10 กิโลกรัม ช่วยให้กลับมาหุ่นดีได้เหมือนเดิม ที่สำคัญคือ ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เป็นการลดน้ำหนักอย่างมีสุขภาพดีด้วย

7 ทักษะสำหรับคอนเทนต์ไรเตอร์มือใหม่

7 ทักษะสำหรับคอนเทนต์ไรเตอร์มือใหม่

ในยุคนี้โลกออนไลน์กลายเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของมนุษย์เราไปโดยปริยาย จนหลายคนผันตัวเองมาสู่อาชีพนักเขียนและคอนเทนต์ไรเตอร์มือใหม่ ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เหล่านักเขียนได้รับมุมมองใหม่ ๆ และสามารถนำไปใช้พัฒนาทักษะการทำงานมี 7 ข้อดังต่อนี้

1.อ่านให้มาก และเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Editorial Content และ Marketing Content สำหรับ Editorial Content เป็นการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ที่สื่อหรือกองบรรณาธิการ ต้องการเผยแพร่ไปสู่สังคม ส่วน Marketing Content เป็นการนำเสนองานเขียนในเชิงโปรโมทเพื่อการตลาด

2.รักในสิ่งที่ทำและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ใช้วิจารณญาณกลั่นกรองคอนเทนต์ โดยธรรมชาติของมนุษย์ย่อมต้องการให้ชีวิตดีขึ้น ในแง่มุมไหน อย่างไร เมื่อเราค้นพบคำตอบที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยในการทำชีวิตให้ดีขึ้น ก็จะตอบโจทย์ของเป้าหมายในการสื่อสาร

3.เตรียมข้อมูลให้พร้อม และเปิดรับประสบการณ์งานเขียนในทุก ๆ แนว เพราะประสบการณ์จากการลองทำงานเขียนหลายแบบและสไตล์ จะทำให้คุณได้พัฒนาฝีมือและทักษะในการเขียนให้เก่งขึ้นได้

4.วางโครงเรื่องและกำหนดกลุ่มเป้าหมาย โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน โดยวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป็นหมายเป็นใคร มีอาชีพอะไร ต้องการอะไร แล้วสร้างคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับที่พักสำหรับคนรักแมว เมื่อกลุ่มคนเลี้ยงแมวได้มาอ่าน ผลลัพธ์ต่าง ๆ ก็จะตามมา

5.เขียนอย่างสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำได้ยาก ความสม่ำเสมอมีผลต่อการรักษามาตรฐานของผลงาน และสร้างการรับรู้มากขึ้น สำหรับบางคนเมื่อเกิดความชำนาญก็จะสามารถวางโครงสร้างและลงมือทำได้ โดยไม่ต้องรอให้มีอารมณ์เขียนและคัดเลือกผลงานมาทำเป็น Portfolio เก็บไว้เผยแพร่

6.คอนเทนต์ที่นำเสนอต้องเข้าใจง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช้ศัพท์เทคนิคเยอะเกินไป นำเสนอเนื้อหาที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบเสียเวลาในการอ่านและการตีความมากนัก เนื้อหาที่เข้าใจยากจะทำให้ลดความน่าสนใจของเนื้อหาลงไป

7.วางแผนการโพสต์ให้ถูกที่ถูกเวลา เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่า การอ่านก็เช่นกัน นอกจากการกำหนดกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังต้องรู้ถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้คอนเทนต์ได้รับความสนใจและนำไปใช้ได้ เช่น หากกลุ่มเป้าหมายเป็นคนในวัยทำงาน อายุระหว่าง 30-40 ปี คอนเทนต์จึงควรเป็นเรื่องเกี่ยวกับสาระน่ารู้ในชีวิตประจำวัน โพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย ช่วงเวลาเดินทางประมาณ 7.00-9.00 น. เพราะส่วนใหญ่กลุ่มคนทำงานนิยมใช้มือถือในระหว่างการเดินทาง

นักเขียนที่ดี มีต้นกำเนิดมาจากนักอ่านที่ดี สั่งสมประสบการณ์และต้นทุนความรู้เพื่อนำมาใช้ในงานเขียนได้อย่างหลากหลาย มีเสน่ห์และมีอัตตลักษณ์เป็นของตนเอง เพียงเท่านี้คุณก็จะเป็นคอนเทนต์ไรเตอร์มือใหม่ที่มีแฟนคลับเฝ้ารอที่จะอ่านอย่างแน่นอน

รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Life ตามสไตล์ New Normal

รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Life ตามสไตล์ New Normal

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรื่องที่ต้องอัปเดตกันแบบนาทีต่อนาทีในยุคปัจจุบันนี้คือ เรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 ที่อันตรายและแพร่กระจายไปทั่วโลก เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่สามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้นับแสนคน

ถึงแม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในประเทศไทยจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ว่า ชีวิตของคนไทยเข้าสู่ระยะปลอดภัยได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนหรือตัวยารักษาได้อย่างชัดเจน ทางเดียวที่จะสามารถทำให้ทุกคนได้กลับมาใช้ชีวิตได้แบบปกติและปลอดภัยคือ การเลือกใช้ชีวิตแบบ New Normal อันเป็นคำศัพท์ใหม่ที่ถูกบัญญัติขึ้นในยุคโควิด-19 ซึ่งเชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยเห็นเคยได้ยินคำศัพท์นี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว แต่ก็อาจจะไม่รู้เลยว่า New Normal นี้คืออะไร และทำไมต้องใช้ชีวิตแบบสไตล์ New Normal

New Normal แปลได้อย่างตรงตัวหมายความว่า ความปกติใหม่ คือการใช้ชีวิตแบบปกติในรูปแบบใหม่ แน่นอนว่าต้องมีคนที่สงสัยอยู่ว่า การใช้ชีวิตปกติใหม่คืออะไร อธิบายแบบง่าย ๆ เลยว่าคือ การออกมาใช้ชีวิตประจำวันที่เคยทำกันแบบเป็นปกติภายใต้รูปแบบใหม่ที่ต้องถือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและห่างไกลจากเชื้อโควิด-19 นั่นเอง ซึ่งหลัก ๆ ของการใช้ชีวิตแบบ New Normal ได้แก่

  1. การสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าก่อนจะเกิดโควิด-19 มีประชาชนในเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน แต่ชีวิตแบบ New Normal หน้ากากอนามัยถือเป็นสิ่งจำเป็น
  2. เกิดการเว้นระยะห่างทางสังคมมากยิ่งขึ้น จากเดิมนิสัยของคนไทยที่ชอบอยู่รวมกลุ่มกัน ปาร์ตี้สังสรรค์ รับประทานอาหารร่วมกัน กลับกลายเป็นต้องเว้นระยะห่างต่อกันมากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อที่สามารถส่งต่อได้ด้วยการจับหรือสัมผัสนั้นเอง
  3. หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านให้มากที่สุดเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งวิธีการนี้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับหลักการทำงานในบางบริษัท ที่จับวิธีการทำงานแบบ WFH (Work from Home) ขึ้นมาใช้ และเชื่อว่าในอนาคต การทำงานลักษณะนี้จะกลายเป็นชีวิตแบบปกติในอนาคต

นอกจาก 3 ข้อหลัก ๆ ข้างต้นแล้ว การใช้ชีวิตแบบ New Normal ยังมีอีกหลากหลายวิธี โดยเฉพาะการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ จะเห็นได้จากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงกอบโกยรายได้ของธุรกิจ Delivery เป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้คนจะไม่ได้ออกจากบ้านก็ยังมีอาหารอร่อย ๆ ให้ทาน และถึงแม้ว่าร้านอาหารจะไม่เปิดก็ยังมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัย และที่สำคัญ การใช้ชีวิตสไตล์ New Normal จะทำให้คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าถึงแม้ชีวิตจะต้องเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนไปในทิศทางที่เป็นคุณมากกว่าโทษ